นายกรัฐมนตรี / รมว.กลาโหม ลงพื้นที่ จ.ยะลา เปิดศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้

1

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้พบปะพี่น้องประชาชนและส่วนราชการต่าง ๆ รวมทั้งรับฟังสรุปความก้าวหน้าการพัฒนาจังหวัดยะลาโดย นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และรับฟังสรุปการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในมิติต่าง ๆ โดย พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มอบเงินสนับสนุนค่าตอบแทนการทำงานของผู้นำศาสนาในพื้นที่ 5 จังหวัดให้กับประธานคณะกรรมการอิสลาม ประจำ 5 จังหวัด และได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ผู้แทนของกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 3 ราย มอบบัตรส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และมอบหนังสือขอบคุณภาคเอกชนในการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย บริษัท ดีลักซ์ จำกัด บริษัท Supreb Creation Furniture Limited (Hongkong Based Company) บริษัท ม่าน กู่ หวาง ฟู้ด จำกัด บริษัทหนองจิกพัฒนา จำกัด และบริษัท ฟรอนท์ อินเตอร์ วู๊ด จำกัด ตลอดจนมอบหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน (โฉนดที่ดิน) ให้กับผู้นำศาสนาและผู้แทนประชาชนของ จ.ยะลา และ ปัตตานี จำนวน 3 ราย

ต่อมา นายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานและบริการการพัฒนาแบบเบ็ดเสร็จ  (OSOS) ซึ่งเป็นหน่วยที่เป็นศูนย์กลางการบริหารการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเร่งรัดการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ให้สามารถรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม สร้างการรับรู้และสร้างโอกาส การเข้าถึงบริการทางด้านเศรษฐกิจ อำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุน ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป ตลอดจนให้คำปรึกษา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งเป็นประธานเปิดศูนย์ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ต้องการดำเนินการในเรื่องขั้นตอนการได้รับสิทธิการช่วยเหลือเยียวยา

ในการนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามาตรการการลงทุนในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้มีการลงทุนมากขึ้น ทั้งมะพร้าว ทุเรียน และอีกหลายอย่างที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งวันนี้มารับฟังการรายงานพบว่าจะยังมีอีกหลายประเด็นยังสื่อสารไม่ถึงในระดับรัฐบาล สำหรับการพัฒนาได้รับการรายงานจาก ศอ.บต. ว่าการพัฒนาดีขึ้น และยังมีบางส่วนที่ต้องได้รับการแก้ไข เพราะเชื่อว่าทุกปัญหาย่อมมีอุปสรรคและต้องมีการแก้ไข จากการสัมผัสและพบกับประชาชนสองข้างทางรวมถึงสังเกตจากร้านค้าต่าง ๆ พบว่ามีชีวิตชีวามากกว่าเดิมหากเปรียบเทียบกับที่ผ่านมาพบว่าดีขึ้นตามลำดับ และการรับฟังรายงานจากพื้นที่พบว่าการจัดงานประเพณีต่าง ๆ มีคนร่วมงานมากขึ้น มีเหตุความรุนแรงในพื้นที่น้อยลงแม้จะใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลวันฮารีรายออิดิลอัฎฮา ทำให้มีความพอใจในมาตการการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ระดับหนึ่ง สำหรับสิ่งที่ทุกคนคาดหวังรัฐบาลจะเป็นผู้ดูแลและต้องเร่งรัดติดตาม โดยต้องเข้าไปปรับแผนศึกษาเพิ่มเติม ทั้งเรื่องถนนเลี่ยงเมือง ถนนสี่เลน และรถไฟรางคู่ ซึ่งจะหาทางบรรจุในแผนให้ได้ เพราะต้องพัฒนาหลายพื้นที่ไปพร้อม ๆ กัน และต้องมีการหารือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย เพื่อการทำงานร่วมกันด้วย สำหรับราคายางพาราในประเทศอื่น ๆ ก็มีราคาไม่สูงนักเพราะมีปัญหาในเรื่องราคายางที่เป็นภาพรวมระดับโลก ซึ่งการผลิตเป็นห่วงโซ่ร่วมกัน เช่นการปลูกทุเรียน ยาง ปาล์ม หากมีการปลูกมากขึ้นก็อาจจะล้นตลาดมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลก็ต้องแก้ปัญหาทั้งข้างในและข้างนอก และที่สำคัญทุกคนต้องปรับเปลี่ยนตัวเองด้วย การปลูกพืชเชิงเดี่ยวจะทำให้มีปัญหาจึงจำเป็นที่ต้องศึกษาทางการตลาดมากขึ้นด้วย  ดังนั้นต้องแก้ไขปัญหาที่ต้นทาง ทั้งผู้ปลูก ผู้ผลิต ด้วยการแปรรูปให้สามารถลดต้นทุนเพราะแม้ราคาจะปรับตามกลไกตลาดแต่ก็ยังพอมีทุนเหลือ ฉะนั้นการเร่งพัฒนาในพื้นที่ขณะนี้คือ ความมั่นคง ให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เศรษฐกิจ ให้มีการพัฒนาและการลงทุนมากขึ้น และการพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยเฉพาะการพัฒนาด้านการศึกษาในพื้นที่

ต่อมา นายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เยี่ยมชมศูนย์ประสานงานด้านกิจการเด็กและสตรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการ ให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมขับเคลื่อนและเติมเต็มการพัฒนา โดยมีองค์ประกอบหลักคือภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องกับเด็กและสตรี นักวิชาการ และมีภาครัฐ คือ ศอ.บต. กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นองค์กรกำหนดวางกรอบการทำงานเพื่อทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

จากนั้นช่วงบ่าย เวลา 13.50 น. นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะฯ เดินทางไปยังตลาดกลางยางพาราจังหวัดยะลา ซึ่งเป็นตลาดรับซื้อทุเรียนจากเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการทุเรียนคุณภาพ พร้อมมอบใบรับรองแหล่งผลิตพืช (Good Agricultural Practice : GAP) แก่ผู้แทนเกษตรกร จำนวน 10 ราย รวมทั้งมอบรางวัลการประกวดทุเรียนพื้นบ้านจังหวัดยะลา ประจำปี 2562 ให้แก่ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จำนวน 5 รางวัล

ต่อมา นายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางไปยัง บ้านคลองทรายใน ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อพบปะกลุ่มสถาบันการเงิน วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบ้านคลองทรายใน กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ สมาชิกศูนย์เรียนรู้เพื่อการผลิต ตลอดจนพบปะกองกำลังภาคประชาชนชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานในพื้นที่และเดินทางกลับหลังเสร็จสิ้นภารกิจ