“หม่อมโจ้” เขียนจม.เปิดผนึกฉะทูตยิว แฉเบื้องหลังป่วนโลกคือกลุ่มทุนธนาคารยิวไซออนิสต์

75128

วานนี้ (27 พ.ค. 58) ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร หรือ หม่อมโจ้ ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกฉะเอกอัครราชทูตไซออนิสต์ประจำประเทศไทย ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว roongunaml หลังจากที่ทูตอิสราเอลเขียนตอบโต้ ในกรณีที่ หม่อมโจ้เขียนบทความเหน็บไซออนิสต์ ทั้งบทความดังกล่าวยังนำเสนอ “มุมมองอีกด้าน” ที่เกี่ยวข้องกับ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์  อดีตผู้นำเผด็จการเยอรมนี ในเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยจดหมายเปิดผนึกมีเนื้อหา ดังนี้ :

เรียน ท่านเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย H.E. Mr. Simon Roded

ข้าพเจ้ารับทราบถึงความไม่พอใจของท่านกับบทความของข้าพเจ้า ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่ข้าพเจ้าได้เขียน เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้าโดยบริสุทธิ์ใจ อันเป็นสิทธิที่ข้าพเจ้าจะแสดงได้ โดยความเห็นของข้าพเจ้านั้น เป็นไปตามข้อมูลหลักฐานอันมีจริงทางประวัติศาสตร์ที่ได้มีความพยายามในการกลบและบิดเบือน แม้กระนั้น ท่านอาจแปลกใจคิดว่า แล้วไฉนทั้งที่ข้าพเจ้าและประเทศไทยที่ไม่ได้มีส่วนได้เสีย ข้าพเจ้าจึงต้องไปเขียนในเรื่องราวสร้างความบาดหมางให้แก่ท่าน ข้าพเจ้าจึงใครที่จะชี้แจงตรงนี้ว่า ข้าพเจ้าไม่ได้เขียนเพื่อที่จะก่อความบาดหมางให้แก่ท่านหรือแก่ผู้ใด และ เรื่องราวที่ข้าพเจ้าเขียนนั้น มีความเกี่ยวข้องกับข้าพเจ้าและและต่อประเทศไทยอย่างไรบ้าง

อย่างแรก ‘กลุ่มทุนธนาคารยิว Zionist’ ที่ข้าพเจ้าได้กล่าวถึงนั้น ข้าพเจ้ากล่าวถึงคนเพียงกลุ่มหนึ่ง มิใช่ชาวยิวทั้งหมด โดยคำว่า ‘Zionist’ แม้แต่ชาวยิวแท้ Orthodox Jews ที่ยึดมั่นใน Torah จำนวนมากก็ไม่ได้เห็นด้วยเลย ดังที่พวกเขาได้ออกมาประท้วง ประกาศว่า ‘Zionism’ ไม่ใช่ ‘Judaism’ เอง ท่านทูตน่าจะพอทราบอยู่ เพราะใน Israel ก็มีการจับชาวยิวแท้ ที่มีอัธยาศัยดีเหล่านี้ ไปจำคุกอยู่จำนวนหนึ่ง

‘ทุนธนาคาร Zionist’ ที่ข้าพเจ้าพูดถึง หมายถึงกลุ่มทุนธนาคารที่เป็นผู้มีอำนาจที่สุดในโลก มีอำนาจเหนือรัฐหลายรัฐ รวมถึงมหาอำนาจสหรัฐอเมริกา เขาคุมการเงินโดยกลุ่มของเขาเอง เป็นเจ้าของ Federal Reserve Bank ธนาคารกลางแห่งสหรัฐอเมริกา ที่พิมพ์เงินให้รัฐบาลสหรัฐต้องกู้ มิใช่ของประชาชนชาวอเมริกันตามที่ควรจะเป็นแต่อย่างใด กลุ่มทุนธนาคารของเขาเป็นหุ้นใหญ่ในบริษัทยักษ์ใหญ่แทบทั้งสิ้นทั่วโลก รวมถึง 6 บริษัทที่คุม 90%ของสื่อในสหรัฐอเมริกา เขาคุมแหล่งนํ้ามันและก๊าซหลักๆทั่วโลก และกำลังรุกเพื่อควบคุมผูกขาดอาหารของโลกโดยการผลิต GMO แม้แต่องค์กรโลกเช่น UN ที่ให้กำเนิด World Bank และ IMF ล้วนเป็นองค์กรที่พวกเขาจัดตั้งขึ้น และควบคุมทั้งสิน

ชื่อตระกูลที่โดดเด่นมีอิทธิพลสูงสุดใน ‘ทุนธนาคาร Zionist’ นี้ได้ แก่ ‘Rothschild’ และ ‘Rockefeller’ ชื่อ ‘Rothschild’ ท่านทูตย่อมรู้จักเป็นอย่างดี โดยใน ‘Independence Hall’ ที่ Tel Aviv เมืองหลวงของท่านเอง ก็มีนิทรรศการเอกสารชิ้นสำคัญมากชิ้นหนึ่งเรียกว่า ‘The Balfour Declaration’ เป็นจดหมายจากรัฐบาลอังกฤษ จ่าหัวถึง ‘Lord Rothschild’ ใน 1917 แสดงถึงการที่รัฐบาลอังกฤษสนับสนุนให้เกิด บ้านอยู่ (national home) ของชาวยิว ที่ Palestine แก่ ‘Lord Rothschild’ Baron Edmond (Abraham Benjamin) Rothschild จึงมีสถานะเป็น “the Father of the Settlements” (Avi ha-Yishuv) หรือบิดาแห่งอิสราเอล

ในสี่บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของโลก หรือ ‘The Four Horsemen of Oil’ ที่อยู่เบื้องหลังนโยบายการครอบครองน้ำมันของสหรัฐ 2 บริษัท คือ BP Amoco และ Royal Dutch/Shell อยู่ภายไต้การควบคุมของตระกูล Rothschild ที่ถือหุ้นใหญ่ ส่วน อีกสอง Exxon Mobil และ Chevron คือ บริษัทที่มาจาก Standard Oil ของ John D. Rockefeller โดยกรรมการของบริษัทน้ำมันเหล่านี้จำนวนหนึ่ง ไขว้กันเองเป็นใย และไขว้เป็นกรรมการของธนาคารยักษ์ใหญ่เช่น JP Morgan Chase ของ Rockefeller และ Citigroup, Bank of America, Wells Fargo, N. M. Rothschild & Sons โดยตระกูล Rothschild ควบคุม และมีการเชื่อมโยงถือหุ้นไขว้กันกับกลุ่มทุนนอมินียักษ์เช่น BlackRock, State Street, Vanguard และ Fidelity ที่ถือหุ้นใหญ่บริษัทยักษ์ใหญ่ แทบทั้งหมดในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย

ในการสร้างอำนาจเหนือรัฐต่างๆ ‘ทุนธนาคาร Zionist’ เหล่านี้ ได้จัดตั้งองค์กร Front ของเขา อาทิเช่น The Bilderberg Group, Council on Foreign Relations (CFR) และ The Trilateral Commission (TC) โดยองค์กรเหล่านี้จะรวมกลุ่ม ‘ทุนธนาคาร Zionist’ และบรรดาผู้มีอิทธิผล เช่นอดีตประธานาธิบดี บริวารมือขวาของเขา Henry Kissinger นักการเมืองทุกขั้ว ทหาร หัวหน้าหน่วยงานลับ ของประเทศสำคัญในยุโรป และสหรัฐ โดยใน Trilateral Commission จะมีสมาชิกเป็นบุคคลสำคัญของประเทศในทวีปเอเชียต่างๆที่รับใช้พวกเขา ‘ทุนธนาคาร Zionist’ จึงมีอิทธิผลอำนาจเหนือรัฐ เช่นมหาอำนาจสหรัฐอเมริกา

ด้วยความละโมบของพวกเขา ในการล่าอาณานิคมยุคใหม่ โดยกำลังก็ดี โดยวิธีแห่งการให้สินบนแก่ผู้ขายชาติตนเองก็ดี โดยการบีบบังคับด้วยหนี้สินก็ดี โดยการแทรกแซงการเมืองภายในก็ดี ‘ทุนธนาคาร Zionist’ เหล่านี้ ได้เข้ายึดครองทรัพยากร พลังงาน เศรษฐกิจ และการเงิน ของประเทศต่างๆทั่วโลก ทำให้ประชาชนของประเทศนั้นๆตกเป็นทาสของพวกเขา โดยในประเทศไทยเอง ปรากฏหลักฐานชัดเจนถึงการกระทำ ที่ ‘ทุนธนาคาร Zionist’ พร้อมการร่วมมือของ ‘คนไทย’ ที่ได้ขายตัวขายจิตวิญญาณให้พวกเขา ได้ร่วมกระทำ ดังต่อไปนี้ (1) การปล้นโกงน้ำมันและก๊าซ จากประชาชนคนไทย (2) การทำให้ประเทศไทยเป็นหนี้ ตามด้วยการยึดครองเศรษฐกิจการเงิน (3) การชักใยอยู่เบื้องหลังทุกฝ่าย ในการสร้างความแตกแยก ตามยุทธศาสตร์ ‘แบ่งแยกแล้วปกครอง’ เพื่อการยึดครองประเทศเป็นเมืองขึ้นยิ่งขึ้นไป มีรายละเอียดดังต่อไปนี้:

(1) การปล้นโกงนํ้ามันและก๊าซ จากประชาชนคนไทย โดย ‘ทุนธนาคาร Zionist’

ทั้งที่ประเทศไทย มีอธิปไตยของตนเอง โดยอธิปไตย นั้นเป็นของปวงชนชาวไทย อันหมายความว่าทรัพยากรของชาตินั้นเป็นของประชาชนคนไทย แต่ปรากฏว่า กฎหมายว่าด้วยน้ำมันและก๊าซ (พรบ. ปิโตรเลียม 2514) มิได้มีการเขียนขึ้นไม่ว่าจะ ‘โดย’ ประชาชน หรือ ‘เพื่อ’ ประชาชน แต่อย่างใด แต่ได้ถูกเขียนขึ้นโดย Walter James Levi สมาชิกทั้ง CFR และ The Trilateral Commission ผู้ทำงานให้รัฐบาลสหรัฐ ขั้นขึ้นชื่อว่าเป็น หัวหน้าฝ่ายเศรษฐศาสตร์พลังงานของสหรัฐอเมริกา (the dean of United States oil economists) และ ได้เป็นผู้บริหารบริษัทของตระกูล Rockefeller เองคือ Standard Oil Company of New York หรือ Socony (ปัจจุบันคือ