“ซัยนับ” วีรสตรีที่โลกควรรู้จัก

567
เสียงครวญเสียงร่ำไห้ระงมทั่ว กัรบาลา
72 ร่างเลือดนองพื้นพสุธา แตกพ่าย
มลายลับดับสิ้นแล้วซึ่งแสง แห่งตะวัน
ทัพเรือนหมื่นล้อมฆ่าดับชีวัน ลูกหลานศาสดา

 

หากในประวัติศาสตร์มีการจดบันทึกถึงอิสตรีที่ยืนหยัดต่อสู้กับผู้มีอำนาจอย่างกล้าหาญ สร้างวีรกรรมให้ผู้คนระลึกถึงได้อย่างยิ่งใหญ่ มีบทบาทสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมในยุคสมัยตน และมีอิทธิพลต่อผู้คนในยุคต่อๆมา หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของท่านหญิงซัยนับหลานสาวของท่านศาสดามุฮัมมัดอย่างแน่นอน เพราะท่านคือสตรีที่กล้าเผชิญหน้าต่อกรอย่างกล้าหาญกับผู้ปกครองจักรวรรดิที่ทรงอิทธิพลที่สุดยุคหนึ่งของโลกอิสลามอย่างยะซีดแห่งราชวงศ์อุมัยยะฮ์ (ราชวงศ์อุมัยยะฮ์ The Umayyad Dynasty) มีอำนาจการปกครองแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกตั้งแต่ปีค.ศ.661-750 ในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่ดินแดนชามหรือดินแดนเลแวนด์ (Levant ครอบคลุมพื้นที่ประเทศซีเรีย จอร์แดน เลบานอน อิสราเอล ปาเลสไตน์ มีเมืองหลวงคือดามัสกัส ประเทศซีเรียในปัจจุบัน) และช่วงที่ ระหว่างปีค..756 – ..1031) ปกครองคาบสมุทรไอบีเรีย (Iberian Peninsula ครอบคลุมพื้นที่ประเทศสเปน โปรตุเกสและทางตอนใต้ของฝรั่งเศสในปัจจุบัน) ซึ่งมีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่เมืองคอร์โดบาในประเทศสเปน ตลอดระยะเวลาที่ราชวงศ์อุมัยยะฮ์ปกครอง สามารถขยายดินแดนครอบคลุมพื้นที่อย่างกว้างขวางได้ถึง ทวีป คือตั้งแต่ประเทศจีนและอัฟกานิสถานในทวีปเอเชีย ประเทศอียิปต์และโมร็อกโคในแอฟริกาเหนือ ประเทศสเปน โปรตุเกส และทางตอนใต้ของฝรั่งเศสในทวีปยุโรป

ซัยนับคือใคร?

ท่านหญิงซัยนับ (ประมาณ ฮ.ศ.5-6 / ค.ศ.626-627 – ฮ.ศ. 62 / .. 681) เป็นหลานตาของท่านศาสดามุฮัมมัดศาสดาในศาสนาอิสลาม (ค.ศ. 570 – ..632) บุตรีของท่านอาลีกับท่านหญิงฟาฏิมะฮ์เป็นน้องสาวของท่านฮะซันและท่านฮุเซน ท่านหญิงซัยนับเป็นสตรีที่มีคุณสมบัติที่สูงส่ง ทั้งสติปัญญา ความเฉลียวฉลาด ความรอบรู้ ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว เป็นสตรีที่มีบุคลิกภาพเพียบพร้อม วิถีปฏิบัติประจำวันของนางถือเป็นผู้ดำรงตนอยู่ในหนทางของพระผู้เป็นเจ้าอย่างเคร่งครัด และยังเป็นผู้อรรถาธิบายคัมภีร์อัลกุรอานให้กับบรรดาสตรีในเมืองกูฟะฮ์ (ประเทศอิรักในปัจจุบันในยุคสมัยที่ท่านอาลีเป็นคอลิฟะฮ์ปกครองอยู่

เรื่องราวความผูกพันระหว่างท่านฮุเซนกับท่านหญิงซัยนับที่มีการกล่าวถึงกันนั้น มีตั้งแต่ในช่วงเวลาที่นางยังเป็นทารกน้อย นางจะยินดีมากถ้าหากท่านฮุเซนวิ่งเล่นอยู่ใกล้ๆ แต่ถ้านางไม่เห็นหรือไม่ได้ยินเสียงนางจะร่ำไห้จนต้องให้ผู้เป็นพี่ชายเข้ามาอุ้มปลอบประโลมนางถึงจะหยุดร้อง และดังจะเห็นได้จากเงื่อนไขการแต่งงานของนางกับท่านอับดุลลอฮ์อิบนุญะฟัร ที่มีเงื่อนไขว่าต้องอนุญาตให้นางไปพบกับพี่ชายเมื่อนางระลึกถึง และต้องอนุญาตให้นางเดินทางร่วมไปกับท่านฮุเซนในทุกๆสถานที่

โศกนาฏกรรมกัรบาลา

การต่อสู้ของท่านฮุเซนมีขึ้นเพื่อปกป้องพิทักษ์ศาสนาอิสลามอันบริสุทธิ์และต้องการให้ประชาชาติอิสลามที่หลงทางกลับมาอยู่ในหนทางของพระผู้เป็นเจ้า ท่านสละตัวตนสละทุกสิ่งที่ท่านมีอยู่ในครอบครองเพื่อรักษาเกียรติยศของอิสลาม ดังจะได้เห็นจากการที่ท่านปฏิเสธ

การให้สัตยาบันต่อยะซีด เพราะยะซีดไม่เหมาะสมกับตำแหน่งคอลิฟะฮ์ (คอลิฟะฮ์ คือ ตำแหน่งที่สืบทอดต่อจากท่านศาสดามุฮัมมัด โดยทำหน้าที่ปกครองทั้งอาณาจักรและศาสนจักร) เนื่องจากยะซีดเป็นคนที่ละเมิดศาสนา ชอบดื่มสุรา และออกกฎอนุญาตในสิ่งต้องห้ามทางศาสนา ด้วยเหตุนี้ท่านฮุเซนจึงได้กล่าวสั่งเสียกับมุฮัมมัด ฮะนีฟะฮ์ น้องชายต่างมารดาของท่านในขณะที่เดินทางออกจากเมืองมะดินะฮ์ว่า “แท้จริงฉันมิได้ออกไปในฐานะผู้ก่อความเสียหายและผู้อธรรม หากแต่ฉันออกไปเพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ไขปรับปรุงในประชาชาติแห่งท่านตาของฉัน ฉันต้องการสั่งสอนในเรื่องคุณธรรมและยับยั้งห้ามปรามจากสิ่งชั่วร้าย ฉันต้องกา