กว่าหนึ่งเดือนที่ “ปัตตานี บาซาร์” คอมมูนิตี้มอลล์กลางเมืองปัตตานีเปิดลองตลาด คลื่นมหาชนหลั่งไหลไปเช็คอิน พักผ่อน จับจ่าย กันแน่นหนาตาทุกวัน สวนกระแสเศรษฐกิจขาลง ร้านค้าต่างพอใจให้ได้รับการตอบรับเช่นนี้ตลอดไป งานเปิดตัวเป็นทางการอย่างยิ่งใหญ่เมื่อคืนวันที่ 7 มีนาคม 2563 ผู้ร่วมงานนับพันคน ผู้บริหารโครงการวางแผนจัดกิจกรรมและการดูแลอย่างทั่วถึง
นับแต่ปี 2562 ที่ข่าวคราวของโครงการ “ปัตตานี บาซาร์” ออกสู่สาธารณะเป็นระยะถึงความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการที่ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างภายใต้หลักคิดที่ต้องการให้มีพื้นที่ที่ลูกค้าสามารถนั่งได้สบายๆ มีที่ว่างมากกว่าพื้นที่ขายของ เป็นการทำพื้นที่ให้น่าสนใจด้วยการออกแบบภาพรวม วิเคราะห์หาข้อมูลความเป็นไปได้ จากนั้นจึงจัดพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 20,000 ตารางเมตรให้ตรงตามคอนเซปท์มากที่สุด ไม่เน้นการแบ่งพื้นที่เพื่อให้ได้ล็อคจำหน่ายสินค้ามากที่สุด ออกแบบโดยใช้วัสดุจริง โชว์อิฐและเนื้อไม้ กระจก รวมถึงอลูมิเนียม คุมโทนด้วยสีดำและน้ำตาล เข้มขรึมแต่โล่งสบาย คือภาพลักษณ์รวมของโครงการ
โครงการมีระบบบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยออกสู่สาธารณะ ไม่ก่อผลกระทบ และไม่ส่งกลิ่นภายในโครงการรวมถึงสิ่งแวดล้อม หากฝนตกหนักสามารถระบายน้ำได้ทัน ห้องน้ำสามารถรองรับลูกค้าและนักท่องเที่ยวได้เป็นพันคน พร้อมห้องละหมาดที่สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้ตลอดเวลาทำการโครงการ มีกล้องวงจรปิดเพียงพอ ใช้ระบบฝังสายไฟไว้ใต้ดิน ทุกคนจะปลอดภัยจากสายไฟฟ้า
ในโครงการมี 5 โซนคือ โซนอาหารและเครื่องดื่ม โซนจำหน่ายสินค้า แบรนด์ชอป ซุ้มกลางแจ้ง และลานกิจกรรมรอบน้ำพุ ด้วยทำเลทองด้านเศรษฐกิจติดถนน 4 ช่องจราจรของเมืองปัตตานี โครงการมั่นใจว่าจะสามารถเข้าถึงและบริการลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ด้วยที่จอดรถขนาด 5 ไร่ จุดเช็คอินยอดฮิตคือ น้ำพุเต้นระบำกลางลานกิจกรรมและกังหันฮอลแลนด์ มีระบบคิวอาร์โค้ดในการชำระเงิน บริการไปรษณีย์เพื่อแม่ค้าออนไลน์ งดใช้โฟม มีร้านอาหารทุกวัฒนธรรม ตู้เอทีเอ็ม รวมถึงมีกิจกรรมทุกสัปดาห์ และบริการอื่นๆ
ชัยยีดะห์บุซรอ อัลยุฟรี ที่ปรึกษาทางการตลาด บอกว่า ร้านค้าที่เข้าร่วมในโครงการได้นำเสนอสินค้าหรือเอกลักษณ์ของร้านไม่ซ้ำกัน เน้นการกระจายโอกาสอย่างทั่วถึง รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะอย่างจริงจังเพื่อให้โครงการได้จัดการได้อย่างดีที่สุด “ในภาวะเศรษฐกิจแย่ ไม่น่าลงทุน ในพื้นที่ที่ใครๆ มองว่าเสี่ยง มีคนถามว่าไหวเหรอ สังคมทั่วไปมองว่าคนในสามจังหวัดยากจน แต่จริงๆ แล้วพี่น้องในพื้นที่มีเงินมีกำลังจ่าย ตรงกันข้ามกับเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ วันที่ 1 กุมภา ที่เปิดจริงวันแรก แม่ค้ามาถามว่าจะมีลูกค้ามามั้ย ให้ความมั่นใจเขาไปว่ามีแน่นอน ตั้งแต่วันนั้นมาเขามองเห็นศักยภาพของคนบ้านเราด้วยการดูข้อมูลจริง คนมากันแน่นทุกวัน บางร้านมีรายได้วันเดียว 40,000 บาท
ด้วยร้านค้าในโครงการมีทุกระดับให้ลูกค้าได้เลือกกินเลือกใช้ตามความชอบ ลูกค้าก็มีทุกระดับและหลากหลายเช่นกัน ทุกคนเท่าเทียมกันคือเป็นลูกค้าของโครงการ จะมีการจัดกิจกรรมตามเทศกาล และกิจกรรมเพิ่มเติม ณ ลานกิจกรรม มีการติดตั้งระบบดูแลความปลอดภัยด้วยกล้อง cctv ทั่วทั้งโครงการและการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบ ต้องดูกันไปยาวๆ และมีการประเมินกันตลอดเพื่อให้ปัตตานี บาซาร์ ได้ตอบสนองพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุด
“กำไรคือความสุข” คือคำตอบของเจ้าของที่ดินผืนนี้ที่ให้ทางโครงการฯ เช่าและบริหาร พร้อมบอกว่ามีข้อตกลงกันในการคำนึงถึงความปลอดภัย สะอาด เน้นพหุวัฒนธรรม เปิดโอกาสให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน หลังจากเปิดมาเกือบเดือนเห็นความหลากหลาย ความสวยงาม มีทุกศาสนิกจูงลูกหลานมาเที่ยว คนต่างจังหวัด คนมาเลเซียก็เริ่มเปิดใจเข้ามา เป็นจุดนัดพบกัน เป็นการลงทุนที่กล้าสวนกระแส อยากให้มีอีกหลายที่เช่นนี้ในปัตตานี ไม่ต้องนั่งรถไกลไปจับจ่ายที่อื่น อีกไม่นานจะมีศูนย์ราชการบริการแบบเบ็ดเสร็จในโครงการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่พี่น้องที่เข้ามาใช้บริการในโครงการ
เจ้าของล็อคขายอาหารอย่าง วัลภา มะลี บอกว่า พอใจกับผลตอบรับของลูกค้าเป็นอย่างมาก ขายดีทุกวัน อยากให้ทุกร้านรักษามาตรฐานไว้ให้นานๆ มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากทุกวัน ส่วนสิ่งที่อยากให้โครงการดูแลเพิ่มเติมคือ การรักษาความปลอดภัยที่ทั่วถึงเพื่อความปลอดภัยของทุกคน เพิ่มเติมโต๊ะ เก้าอี้ในโซนอาหารและจุดจัดวางภาชนะใช้แล้ว ซึ่งได้เสนอทางโครงการไปแล้ว รอการดำเนินการ “ตอนนี้ขายได้ทุกวัน อยากให้เป็นอย่างนี้ไปนานๆ ไม่ใช่เป็นแค่กระแส อีกสักพักแล้วคนหาย รอดูกันนานๆ “ อีกเสียงที่ยืนยันจากร้าน bee hijab
ด้านร้านไก่สลามหรือ five star slam แฟรนไชส์ร้านไก่ทอดจากเครือซีพีที่ได้รับเครื่องหมายรับรองฮาลาล ลงปักหมุดในโครงการ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าที่ชื่นชอบไก่ทอด บอกกล่าวถึงความมั่นใจในโครงการและลูกค้าว่า เป็นทำเลที่ดีที่มีคนมาอุดหนุนดีทุกวันตั้งแต่วันเปิดร้าน ลูกค้ามั่นใจในความสด สะอาดและฮาลาลของร้าน ขอดูผลประกอบการในเวลา 3-6 เดือน คาดว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อโครงการมีความสมบูรณ์เต็มร้อย จะดีกว่านี้แน่นอน โครงการนี้ทำให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของพื้นที่อีกมาก
อีกเสียงจากผู้ประกอบการ Balahala Café คาเฟ่ที่บอกว่า เป็นคาเฟ่ที่เปลี่ยนวิธีคิดและเปิดโอกาสแก่คนที่ต้องการโอกาส มองว่าปัตตานี บาซาร์ เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ที่สอดคล้องกับแบรนด์กาแฟที่เป็นของคนในพื้นที่ ที่นี่เป็นศูนย์รวมของคนในสามจังหวัดและคนต่างถิ่นที่เข้ามายังปัตตานีเป็นประตูด่านแรกง่ายกว่าไปยะลาหรือนราธิวาส เชื่อว่าที่นี่จะได้ต้อนรับสมาชิกของคาเฟ่และเปิดรับสมาชิกใหม่มาลิ้มลองรสชาติเครื่องดื่มและอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นถิ่น
“ปัตตานี บาซาร์ เป็นโครงการที่ไม่เหมือนใคร มาแล้วสบายตาสบายใจ โล่งสบาย ร้านค้าก็เดินดูง่าย สะอาด อยากให้มีร้านค้าเพิ่ม จะได้เลือกสินค้าอีก อาหารก็อร่อย ไม่แพง อยากให้มีกิจกรรมเพิ่มขึ้น มาแล้วอยากอยู่นานๆ” เสียงจากผู้มาใช้บริการของโครงการจากนราธิวาส
อีกเสียงจากชาวปัตตานีบอกว่า มาที่นี่แล้วอยู่นาน ทั้งดูสินค้า เลือกซื้อ ทานอาหาร นัดเพื่อน ได้ครบจบในที่เดียว บางวันนั่งกันจนโครงการปิดไฟ อยากให้คนต่างพื้นที่เข้ามาเที่ยว มาดูว่าปัตตานีน่าเที่ยวเช่นกัน
จริงดังที่เขาบอกว่า ปิดไฟแล้วยังไม่กลับกัน ปิดไฟนี่คือสี่ทุ่มแล้ว…


