จนท.ร่วมจับเรือประมงเวียดนาม 4 ลำ ลูกเรือ 36 คน

43

ทัพเรือภาคที่ 2 ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 ร่วมจับเรือประมงเวียดนาม 4 ลำ ลูกเรือ 36 คน เข้ามาทำการประมงผิดกฎหมายในน่านน้ำไทย  บริเวณท่าเทียบเรือประมงปัตตานี (18 สิงหาคม 2563) น.อ.ธีรนันท์ มาแดง รองผู้อำนวยการ ศรชล. จังหวัดปัตตานี ผบ.รล.ประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานประมงปัตตานี เจ้าหน้าที่ ด่านศุลกากร สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาปัตตานีั ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองปัตตานี ตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดปัตตานีและกองกำกับการตำรวจน้ำปัตตานี ร่วมแถลงข่าวการจับกุมเรือประมงต่างชาติ 4 ลำ มีลูกเรือ 36 คน เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2563
ทัพเรือภาคที่ 2 ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 ได้รับแจ้งเบาะแสจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่ามีเรือประมงต่างชาติ เข้ามาทำการประมงผิดกฎหมายในน่านน้ำไทย พลเรือโทสำเริง จันทร์โส ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 และ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 จึงได้สั่งการให้เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ ออกเรือลาดตระเวนพิสูจน์ทราบ โดยเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2563 เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ได้ตรวจพบเรือประมงต่างชาติ 4 ลำ ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะ บริเวณแบริ่ง 180 ระยะทาง 92 ไมล์ จากปลายแหลมตาชี จากการตรวจสอบ พบว่าเป็นเรือประมงสัญชาติเวียดนาม ประเภทเรืออวนล้อม จำนวน 2 ลำ และเรือปั่นไฟ จำนวน 2 ลำ ลูกเรือจำนวน 36 คน จึงได้ควบคุมเรือดังกล่าว มาทำการสอบสวนที่ท่าเทียบเรือหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลปัตตานี เพื่อส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การดำเนินคดีกับเรือประมงสัญชาติเวียดนาม เนื่องจากเป็นการจับกุมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะ จึงได้ตั้งข้อกล่าวหาผู้กระทำความผิดไว้ 5 ข้อหา ดังนี้
1. ร่วมกันทำการประมงพาณิชย์โดยไม่มีใบรับอนุญาตทำการประมง (ตาม พ.ร.บ.
การประมง พ.ศ.2558 มาตรา 36 ประกอบมาตรา 129 วรรคสอง)
2.ทำการประมงในเขตการประมงไทยโดยทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมเรือ โดยไม่ได้รับอนุญาต (ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย พ.ศ.2482
มาตรา 7 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 11 วรรคหนึ่ง)
3. เป็นคนต่างด้าวร่วมกันทำหน้าที่เป็นลูกเรือในเรือประมงโดยไม่ได้รับอนุญาต
(ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย พ.ศ.2482 มาตรา 5 ทวิ
มาตรา 11 ทวิ)
4.ไม่เข้า – ออก ตามช่องด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่าสถานีหรือท้องที่ที่กำหนด ไม่เข้า – ออก ตามเวลาที่กำหนด
5.เข้ามาหรือออกไปโดยยื่นรายการและไม่ผ่านการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองเส้นทางนั้น

ในการจับกุมและนำลูกเรือสัญชาติเวียดนามขึ้นฝั่งในครั้งนี้ มีการแจกหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ วัดอุณหภูมิเบื้องต้นทุกคนเพื่อป้องกันไวรัสโควิด 19 น.อ.ธีรนันท์ มาแดง รองผู้อำนวยการ ศรชล. จังหวัดปัตตานี กล่าวถึงการจับกุมเรือประมงต่างชาติในพื้นที่ ศรชล.ภาค 2 ในปีงบประมาณ 2563 ว่าได้ทำการจับกุมมาแล้ว 12 ครั้ง รวม 22 ลำ ในการจับกุมครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 13 รวมทั้งหมด 26 ลำ ลูกเรือจำนวน 165 คน “จากการที่น่านน้ำของเรามีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะรอบเกาะโลซิน ทำให้เป็นที่ต้องการของเรือประมงในการเข้าหาสัตว์น้ำ เขาล้ำน่านน้ำมาด้วยความต้องการ ซึ่งผิดกฎหมายของเรา มาแย่งการทำมาหากินการจับสัตว์น้ำของคนไทย ศรชล.ภาค 2 ขอขอบคุณพี่น้องชาวประมง ในความร่วมมือที่ได้แจ้งเบาะแสของเรือที่กระทำความผิด และขอให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนและชาวประมงไทยว่า ในพื้นที่รับผิดชอบของ ศรชล.ภาค 2 ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 113;275 ตารางกิโลเมตรนั้น เราจะปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล อย่างเต็มความสามารถ จะมิยอมให้เรือประมงต่างชาติรุกล้ำเข้ามาแย่งชิงทรัพยากรในการทำการประมงเป็นอันขาด เพื่อให้ทรัพยากรของประเทศไทย คงอยู่กับลูกหลานของคนไทยต่อไป”

จากการจับกุมซึ่งอยู่ในพื้นที่สภ.ยะหริ่ง ต้องดำเนินตามกระบวนกฏหมายไทย สุดท้ายคือการผลักดันกลับประเทศ ในขณะที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการ ลูกเรือทั้ง 36 คนจะถูกฝากขังไว้ ณ สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี