วันเสาร์ 31 มกราคม 2026

“กันยายนแห่งการเสียสละ” หนึ่งปีหลัง “โจมตีเพจเจอร์” เลบานอนในเงาไฟสงครามและตำนานแห่งการต้านทาน

-

เดือนกันยายนปีนี้หวนคืนมาพร้อมกับความทรงจำอันเจ็บปวดและการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับเลบานอนและภูมิภาคตะวันออกกลาง หนึ่งปีเต็มหลัง “การโจมตีด้วยเพจเจอร์” เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2024 เหตุการณ์ที่อิสราเอลใช้ยุทธวิธีลอบฝังวัตถุระเบิดในเพจเจอร์และวิทยุสื่อสารของฮิซบุลเลาะห์ ก่อนจุดระเบิดพร้อมกันทั่วเลบานอนและซีเรีย สร้างความตื่นตระหนกและบาดแผลลึกให้กับผู้คนในประเทศ

ผลลัพธ์ในวันนั้น มีผู้บาดเจ็บกว่า 3,000 คน สูญเสียแขน ขา ดวงตา และชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงเด็กสองรายที่เสียชีวิตทันที เหตุการณ์นี้ไม่เพียงโจมตีกลุ่มเป้าหมายทางทหาร แต่ยังสังหารพลเรือนอย่างเลือดเย็น

การลุกลามของไฟสงคราม

เพียงหนึ่งวันหลังเหตุเพจเจอร์ วอคกี้ทอล์กกี้ฝังระเบิด ก็ถูกจุดระเบิดตามมา คร่าชีวิตประชาชนอีกอย่างน้อย 20 คน และทำให้ผู้คนกว่า 450 รายบาดเจ็บ เหตุการณ์ต่อเนื่องเหล่านี้ไม่เพียงทำลายความเชื่อมั่นในความปลอดภัย แต่ยังทำให้ผู้คนรู้สึกราวกับกำลังมีชีวิตอยู่ใน “ซีรีส์ดิสโทเปีย” อย่างที่นักวิเคราะห์การเมืองเลบานอน การีม อีมีล บีตาร์ เคยกล่าวไว้

ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน ความรุนแรงยกระดับขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นับจากสงครามกลางเมืองเลบานอน (1975–1990) โดยเฉพาะวันที่ 23 กันยายน 2024 ที่อิสราเอลสังหารประชาชนกว่า 500 คนในวันเดียว ซึ่งกลายเป็น “วันนองเลือดที่สุด” ของเลบานอนในรอบหลายทศวรรษ

ลอบสังหารและการขับไล่

วันที่ 27 กันยายน อิสราเอลใช้ระเบิดเจาะบังเกอร์ถล่มเขตดาฮิเยะห์ในกรุงเบรุตใต้ สังหาร ฮัสซัน นัศรัลลอฮ์ เลขาธิการฮิซบุลเลาะห์ผู้ครองตำแหน่งยาวนาน พร้อมผู้คนอีกกว่า 30 ราย

วันเดียวกันนั้น อิสราเอลยังออกคำสั่งอพยพชาวกรุงเบรุตใต้ ทำให้ประชาชนหลายพันครอบครัวต้องหนีไปอาศัยริมทะเล โดยสิ่งเหล่านี้ถูกนักกฎหมายระหว่างประเทศระบุว่าเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมอย่างชัดเจน

เพียงไม่กี่วันต่อมา อิสราเอลยังลอบสังหาร ฮาชิม ซอฟีอัดดีน ผู้ถูกคาดหมายว่าจะขึ้นมาแทนนัศรัลลอฮ์

และเมื่อถึงปลายเดือนตุลาคม นักวิชาการเริ่มนิยามการโจมตีของอิสราเอลว่าเป็น “Urbicide” หรือ “การฆ่าล้างเมือง” ที่มุ่งทำลายโครงสร้าง ความทรงจำ และวิถีชีวิตของกรุงเบรุตอย่างเป็นระบบ

สงครามแห่งการสูญเสีย

การโจมตียังคงดำเนินต่ออย่างหนัก โดยหน่วยกู้ภัยและดับเพลิงตกเป็นเป้าโดยตรง ในวันที่ 7 ตุลาคม อิสราเอลสังหารเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 10 รายในเมืองบะรออฺชิต และในวันที่ 26 พฤศจิกายน ก่อนวันหยุดยิงเพียงหนึ่งวัน อิสราเอลยังคงโจมตีกรุงเบรุตและพื้นที่อื่นๆ อย่างรุนแรงที่สุด ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 3,961 คนภายในเวลาไม่ถึง 15 เดือน

หลังการลอบสังหารนัศรัลลอฮ์ ฮิซบุลเลาะห์ได้แต่งตั้ง นาอิม กอเซ็ม เป็นผู้นำคนใหม่เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พร้อมภารกิจพาองค์กรผ่านพ้นภาวะสูญเสียครั้งใหญ่

หยุดยิงที่ไม่สมบูรณ์

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2024 ข้อตกลงหยุดยิงที่มีสหรัฐฯ และฝรั่งเศสเป็นคนกลางเริ่มมีผลบังคับ แต่แม้จะระบุให้ทั้งสองฝ่ายถอนกำลังออกจากพื้นที่ชายแดนจนถึงแม่น้ำลิตานี อิสราเอลยังคงยึดครองอย่างน้อย 5 จุดในดินแดนเลบานอน และละเมิดข้อตกลงด้วยการโจมตีแทบทุกวัน

ภายในสองเดือนแรกหลังหยุดยิง องค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) รายงานว่ามีพลเรือนเลบานอนเสียชีวิตอีก 57 รายจากความพยายามกลับบ้าน ขณะที่โดรนอิสราเอลยังคงบินวนอยู่เหนือฟ้าเลบานอนอย่างต่อเนื่อง

กันยายนแห่งการเสียสละ

อย่างไรก็ตาม ภายใต้การสูญเสียอันสาหัส เดือนกันยายนยังเป็นสัญลักษณ์ของ การเสียสละที่สืบต่อเนื่อง ย้อนกลับไปปี 1997 ที่ ฮาดี นัศรัลลอฮ์ บุตรชายของผู้นำฮิซบุลเลาะห์ในเวลานั้นได้พลีชีพร่วมกับทหารกองทัพเลบานอนในสมรภูมิ “ญะบัลรอฟีอ์” เลือดของนักรบและทหารได้ผสานเข้าด้วยกัน กลายเป็นเครื่องยืนยันของสมการ “กองทัพ-ประชาชน-การต่อต้าน” ที่ยังคงแข็งแรงจนถึงทุกวันนี้

หนึ่งปีหลังเพจเจอร์ และหลายสิบปีหลังการสูญเสียฮาดี, ภาพของ “การต้านทานที่ไม่ยอมจำนน” ยังคงปรากฏชัดเจนในเลบานอน

“การต้านทานที่ไม่อาจทำลายได้”

ดร. อะลี ฮะมียะห์ นักวิชาการด้านยุทธศาสตร์ กล่าวกับ สื่ออัล-มะนาร ว่า “ทุกครั้งที่การปิดล้อมรัดคอ การต่อต้านกลับแข็งแกร่งขึ้นเสมอ เพราะมันไม่เพียงต่อสู้กับอาวุธ แต่คือการต่อสู้ด้วยศรัทธาและหลักการ”

เขาอธิบายว่าแม้อิสราเอลสามารถสร้างความเสียหายทางยุทธวิธี แต่กลับก้าวเข้าสู่ “ความว่างเปล่าเชิงยุทธศาสตร์” เพราะไม่สามารถควบคุมภูมิศาสตร์, ประชากร, และจิตวิญญาณแห่งการต้านทานได้

ดังคำกล่าวของ อิมาด มุฆนียะห์ ผู้บัญชาการระดับตำนานของฮิซบุลเลาะห์ที่ถูกลอบสังหาร “เราไม่ได้สู้เพียงด้วยอาวุธ แต่เราสู้ด้วยวิญญาณและศรัทธา”

กันยายนที่ไม่เคยสิ้นสุด

หนึ่งปีหลังการโจมตีเพจเจอร์ หนึ่งปีแห่งการสูญเสียและการพลัดถิ่น และหลายทศวรรษแห่งการต่อสู้ เลบานอนยังคงยืนหยัด เดือนกันยายนได้กลายเป็นเดือนแห่ง “การเสียสละและความทรหด” ที่ทำให้เส้นทางการต่อต้านยังคงเดินหน้าต่อไป

อิสราเอลอาจประสบความสำเร็จในเชิงการลอบสังหารและการทำลายโครงสร้าง แต่สิ่งที่มันไม่อาจทำลายได้คือ ความต่อเนื่องของการต่อต้าน ที่ยังคงยืนหยัด … จากกาซา ถึงเลบานอน, จากเยเมน ถึงซีเรีย และอิหร่าน … ส่งสัญญาณชัดเจนว่าการครอบงำของจักรวรรดิไม่อาจเอาชนะจิตวิญญาณของประชาชนได้

..

อ้างอิง

เรื่องล่าสุด