“พี รามาซามี” อดีตรองมุขมนตรีรัฐปีนังและประธานองค์กร Urimai เขียนบทความในสำนักข่าว Malaysia Now เมื่อ 27 ต.ค. 68 วิพากษ์นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ว่าแสดง “ความอ่อนน้อมถึงขั้นประจบ” ต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน โดยมองว่าการต้อนรับดังกล่าว “เกินเลยความเหมาะสมทางการทูต”
รามาซามีเปิดบทความด้วยถ้อยคำว่า “การต้อนรับผู้นำประเทศต่าง ๆ ถือเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การทำเกินขอบเขตเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การต้อนรับควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพและศักดิ์ศรี ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของความสัมพันธ์ทางการทูต แต่เป็นที่น่าเสียใจว่าการต้อนรับที่มอบให้แก่ประธานาธิบดีทรัมป์นั้นอยู่ในระดับที่ประจบสอพลอและไร้ศักดิ์ศรี”
เขาระบุว่าการเชิญทรัมป์ไม่จำเป็นต่อความสำเร็จของการประชุมอาเซียน โดยกล่าวว่า “การประชุมอาเซียนสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องมีทรัมป์ และแน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องมีการประจบสอพลาในระดับนั้นจากนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม”
รามาซามีวิจารณ์ว่า อันวาร์แสดงท่าที “กระตือรือร้นเกินไปในการเอาใจ” หลังร่วมเต้นกับทรัมป์ต่อหน้าฝูงชน และพูดเปรียบเทียบคดีจำคุกของตนกับปัญหากฎหมายของทรัมป์ โดยระบุว่า “เป็นเรื่องน่าฉงนว่าทำไมเขาถึงเลือกพูดถึงการถูกจำคุกของตนเองในบริบทนี้”
ขายังตำหนิอันวาร์ที่โอ้อวดถึงการได้นั่งรถกันกระสุนของทรัมป์ ซึ่งเขามองว่า “เป็นการละเมิดมารยาททางการทูต” พร้อมกล่าวว่า “อันวาร์ดูเหมือนจะลืมไปว่าเขาเป็นนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ไม่ใช่คนดังที่รอการยอมรับจากผู้ชม”
ในประเด็นปาเลสไตน์ รามาซามีกล่าวว่า “ไม่มีผู้นำที่เคารพศักดิ์ศรีตนเองคนใดจะสร้างสัมพันธ์อันดีกับทรัมป์ โดยไม่ให้ความสำคัญกับการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมและรัฐอิสระของชาวปาเลสไตน์ก่อน” พร้อมกล่าวหาว่าอันวาร์เพิกเฉยต่อความทุกข์ของชาวปาเลสไตน์ ด้วยการให้การต้อนรับทรัมป์อย่างอบอุ่นเกินควร
เขาสรุปว่า ท่าทีของอันวาร์ “สะท้อนความเข้าใจผิดทางการทูต ซึ่งมาเลเซียไม่จำเป็นต้องมี” และเตือนว่าพฤติกรรมเช่นนี้บั่นทอนความน่าเชื่อถือทางศีลธรรมของประเทศในเวทีโลก