วันเสาร์ 31 มกราคม 2026

วิตามินซี ตัวช่วยเสริมภูมิคุ้มกันรับหน้าหนาว พร้อมประโยชน์ต่อผิวและการชะลอวัย

-

เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ความสนใจของหลายคนมักหันไปที่การดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรคตามฤดูกาล โดยหนึ่งในสารอาหารที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ วิตามินซี ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน พร้อมช่วยดูแลสุขภาพผิวในเวลาเดียวกัน

ซึ่งวิตามินซีพบได้ในผักและผลไม้มากมายในชีวิตประจำวัน โดยตามรายงานของสกาย นิวส์ อาระเบีย นักข่าวสายแพทย์อย่าง ซะลาม อัลฟีล ระบุว่าวิตามินซีนับเป็นสารอาหารที่หลายคนคุ้นเคยตั้งแต่วัยเด็ก ทั้งจากผลไม้ น้ำผลไม้ หรือแม้แต่กิจวัตรประจำวัน

ด้าน เมซา ฮันนา มุรอด นักโภชนาการ ให้สัมภาษณ์ย้ำว่าวิตามินซีเป็นสารอาหาร “จำเป็นอย่างยิ่ง” ในช่วงที่ร่างกายมีการอักเสบหรือเจ็บป่วย โดยชี้ว่าเป็นตัวช่วยหลักในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย

เธออธิบายเพิ่มเติมว่า วิตามินซีช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยต้านการอักเสบและเพิ่มความแข็งแรงโดยรวมของร่างกาย

แหล่งวิตามินซีที่มากกว่าส้มและผลไม้ตระกูลส้ม

แม้หลายคนจะคิดว่าวิตามินซีมีเฉพาะในผลไม้ตระกูลส้ม แต่เมซาย้ำว่าความเข้าใจนี้ “ไม่ถูกต้อง” เพราะนอกจากส้ม มะนาว และเกรปฟรุตแล้ว วิตามินซียังพบได้ใน

  • กีวี

  • พริกหวาน

  • บรอกโคลี

  • กะหล่ำปลี

  • มะเขือเทศ

  • เบอร์รีชนิดต่าง ๆ

โดยเฉพาะพริกหวาน ซึ่งเธอระบุว่ามีปริมาณวิตามินซี “มากพอ ๆ กับส้ม”

นอกจากนี้ การทานอาหารที่มีวิตามินซีร่วมกับอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงช่วยให้ร่างกายดูดซึมเหล็กได้ดีขึ้น เช่น การบีบมะนาวใส่ผักโขมหรือถั่วเลนทิล

ประโยชน์ต่อผิว และการลดริ้วรอยก่อนวัย

ซะลาม อัลฟีล และเมซาเห็นตรงกันว่าวิตามินซีเป็นส่วนหนึ่งของ “รูทีนการดูแลผิวที่แพทย์ผิวหนังแนะนำ” ทั้งในรูปแบบเซรั่มหรือจากอาหารประจำวัน

เมซาเสริมว่าวิตามินซีช่วยลดความชราของเซลล์ เพราะทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยสมานแผล และทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น

เวลาที่เหมาะที่สุดในการรับประทาน และปริมาณที่ควรได้รับ

เมซาแนะนำว่าควรรับประทานวิตามินซีในตอนเช้า เพราะช่วยให้พลังงาน และควรหลีกเลี่ยงก่อนนอน เนื่องจากอาจทำให้นอนหลับยากหรือเกิดอาการระคายเคืองกระเพาะอาหาร

การดูดซึมวิตามินซีจะดีที่สุดเมื่อทานขณะท้องว่าง ยกเว้นผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อนหรือกรดในกระเพาะสูง

สำหรับปริมาณที่เหมาะสม เธอระบุว่าควรอยู่ที่วันละ 1000–2000 มิลลิกรัม พร้อมเตือนว่าไม่ควรรับประทานเกินความจำเป็น แม้ว่าวิตามินซีจะละลายน้ำและไม่เป็นพิษ แต่ปริมาณที่มากเกินไปก็ไม่ก่อประโยชน์เพิ่มเติม

เมซายังกล่าวด้วยว่า วิตามินซีแบบเม็ดฟู่มีสารแต่งกลิ่นและสารเติมแต่ง จึง “ไม่ดีเท่าการรับวิตามินจากอาหารธรรมชาติหรืออาหารเสริมแบบปกติ”

ใครบ้างที่ควรระวัง ไม่ควรเสริมวิตามินซี

มีบางกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานวิตามินซีเสริม ได้แก่

  • ผู้ที่มีปัญหากระเพาะอาหารหรือกรดในกระเพาะสูง

  • ผู้ที่มีพันธุกรรมเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไต

เธอย้ำว่าการรับอาหารเสริมทุกชนิดควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์และตรวจสุขภาพก่อน เพื่อประเมินว่าร่างกายขาดสารอาหารจริงหรือไม่

นอกจากนี้ เมซายังเตือนผู้ปกครองไม่ให้ใส่อาหารเสริมวิตามินซีลงในกล่องอาหารของเด็กโดยพลการ เพราะ “อาจเป็นอันตรายได้” และเด็กสามารถรับวิตามินซีได้จากอาหารปกติอยู่แล้ว

เคล็ดลับรับวิตามินซีให้ได้ผลสูงสุด

  • เพิ่มผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีในทุกมื้ออาหาร

  • เลือกทานผลไม้สดทั้งลูกแทนการดื่มน้ำผลไม้ เพื่อให้ได้ไฟเบอร์และอิ่มนาน

  • ดื่มน้ำเพียงพอ เพราะวิตามินซีละลายน้ำและถูกขับออกทางปัสสาวะ

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานวิตามินซีกับแคลเซียมในมื้อเดียว เพราะแคลเซียมลดการดูดซึมวิตามินซี

  • ปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดปริมาณที่เหมาะสมเมื่อจำเป็น

ด้วยคำแนะนำทั้งหมดนี้ วิตามินซียังคงเป็นหนึ่งในสารอาหารสำคัญของฤดูหนาวและตลอดทั้งปี ทั้งในด้านการเสริมภูมิคุ้มกันและการดูแลผิว หากเลือกบริโภคอย่างเหมาะสมและมีความรู้

เรื่องล่าสุด