จันทร์ 12 ม.ค. เพจสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีความไม่สงบล่าสุดในอิหร่าน โดยระบุว่าการชุมนุมของพ่อค้าในตลาดเตหะรานช่วงปลายเดือนธันวาคม 2568 มีจุดเริ่มต้นจากความกังวลด้านเศรษฐกิจและอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ใช่ความรุนแรงหรือการท้าทายความมั่นคงของรัฐ
แถลงการณ์ระบุว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม 2568 หลังค่าเงินผันผวนอย่างรุนแรง กลุ่มพ่อค้าในตลาดเตหะรานได้รวมตัวแสดงความเห็นต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับกิจกรรมทางการค้า กำลังซื้อ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยข้อเรียกร้องหลักคือการฟื้นเสถียรภาพของตลาดและมาตรการควบคุมความผันผวนของค่าเงิน
ทางการอิหร่านยืนยันว่า การรวมตัวดังกล่าวเป็นไปอย่างสงบ มีลักษณะเชิงวิชาชีพ และมุ่งเรียกร้องเชิงนโยบาย ผู้เข้าร่วมแสดงออกอย่างสงบโดยไม่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม
อิหร่านย้ำเคารพเสรีภาพการชุมนุมตามกฎหมายระหว่างประเทศ
แถลงการณ์ระบุว่า สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ยังคงยึดมั่นในพันธกรณีตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ รวมถึง กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ซึ่งรับรองสิทธิในการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ สิทธิดังกล่าวยังได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายภายในของอิหร่าน
รัฐบาลอิหร่านระบุว่า หน่วยงานของรัฐให้ความสำคัญกับข้อเรียกร้องที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ประท้วง และไม่เคยคัดค้านการชุมนุมโดยสงบทั้งในทางกฎหมายและในทางปฏิบัติ พร้อมย้ำว่าระบบกฎหมายที่รองรับสิทธินี้มีอยู่ก่อนการแสดงความเห็นจากเจ้าหน้าที่ต่างชาติใด ๆ
อย่างไรก็ตาม ทางการเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแยกแยะอย่างชัดเจนระหว่าง “การประท้วงโดยสงบ” ซึ่งเป็นสิทธิที่ได้รับการคุ้มครอง กับ “การจลาจลหรือการใช้ความรุนแรง” ที่คุกคามความปลอดภัยสาธารณะ โดยรัฐมีหน้าที่ตามกฎหมายในการป้องกันการกระทำที่เป็นอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และความปลอดภัยทางจิตใจของประชาชน
รัฐบาลชี้การใช้ความรุนแรงไม่เกี่ยวข้องข้อเรียกร้องเศรษฐกิจ
แถลงการณ์ระบุว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีการชุมนุมหลายจุดซึ่งมีสาเหตุหลักจากปัญหาเศรษฐกิจและความผันผวนของค่าเงิน ผู้ที่แสดงออกอย่างสงบไม่ได้เผชิญการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม การชุมนุมบางส่วนถูกฉวยโอกาสโดยกลุ่มขนาดเล็กที่ได้รับอิทธิพลจากการแทรกแซงจากต่างประเทศ จนนำไปสู่ความรุนแรงและการปะทะกับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย
ทางการอิหร่านระบุว่า เหตุโจมตีสถานีตำรวจ การใช้วัตถุไวไฟ และอาวุธปืน ถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรงและไม่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของสิทธิการชุมนุมโดยสงบตามกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมย้ำว่าเหตุรุนแรงเหล่านี้ไม่สะท้อนความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่
ผู้นำสูงสุดย้ำประท้วงทำได้ แต่ต้องไม่สร้างความไม่มั่นคง
แถลงการณ์อ้างถึงคำกล่าวของ อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 ซึ่งระบุว่า การประท้วงและการเจรจาเป็นเรื่องที่ชอบธรรม แต่ผู้ที่มีเจตนาสร้างความไม่มั่นคงจำเป็นต้องถูกจัดการตามกฎหมาย
ประธานาธิบดีอิหร่านได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบ พร้อมกันนี้ รัฐบาลได้ออกมาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ รวมถึงการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง และการหารือกับสหภาพพ่อค้าในตลาดเพื่อคลี่คลายความตึงเครียด
ตำรวจย้ำใช้ความอดกลั้น ยึดหลักสัดส่วน
แถลงการณ์ระบุว่า แม้จะมีการใช้ความรุนแรงจากบุคคลบางกลุ่ม แต่เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดกลั้น และเป็นไปตามหลักกฎหมาย โดยคำนึงถึงหลักความจำเป็นและสัดส่วน เพื่อฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
อิหร่านประณามแทรกแซงจากต่างชาติ
อิหร่านแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการแทรกแซงจากภายนอก โดยเฉพาะถ้อยแถลงของผู้นำระบอบไซออนิสต์ ซึ่งทางอิหร่านมองว่าเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และไม่สอดคล้องกับประวัติการกระทำเชิงรุกรานต่ออิหร่านในอดีต
นอกจากนี้ อิหร่านยังประณามถ้อยแถลงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 ได้ออกถ้อยแถลงข่มขู่การใช้กำลัง โดยระบุว่า “เราพร้อมรบเต็มรูปแบบ และพร้อมดำเนินการทันที” (We are locked and loaded and ready to go) ซึ่งทางการอิหร่านชี้ว่าถ้อยแถลงดังกล่าวเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและ กฎบัตรสหประชาชาติ อย่างร้ายแรง ทั้งในประเด็นอธิปไตยและการไม่แทรกแซงกิจการภายในรัฐอื่น
ชี้มาตรการคว่ำบาตรซ้ำเติมเศรษฐกิจประชาชน
แถลงการณ์ยังระบุว่า มาตรการบีบบังคับฝ่ายเดียวที่ถูกบังคับใช้อย่างกว้างขวาง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิทางเศรษฐกิจและสังคมของประชาชน ทำให้ทรัพยากรทางการเงินถูกจำกัด การค้าถูกขัดขวาง และการเข้าถึงสินค้าจำเป็นยากลำบากยิ่งขึ้น
ย้ำยึดมั่นสิทธิประชาชน พร้อมป้องกันการใช้ความรุนแรง
ในช่วงท้าย แถลงการณ์ระบุว่า อิหร่านยืนยันความมุ่งมั่นในการคุ้มครองสิทธิของประชาชน รวมถึงสิทธิในการชุมนุมโดยสงบ ในฐานะรัฐภาคีของ ICCPR พร้อมย้ำว่าการคุ้มครองชีวิตและความปลอดภัยของทุกคนเป็นสิ่งที่ไม่อาจต่อรองได้
อิหร่านระบุว่าจะเดินหน้าการเจรจาและแก้ไขปัญหาที่ชอบธรรมผ่านกลไกตามกฎหมาย ควบคู่กับการป้องกันไม่ให้การประท้วงถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างความรุนแรงหรือบ่อนทำลายเสถียรภาพจากภายนอก พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่และสื่อระหว่างประเทศสะท้อนข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านและปราศจากอคติ