กลุ่มนักเคลื่อนไหวสนับสนุนปาเลสไตน์ในออสเตรเลียจัดการประท้วงกดดัน การบินไทย ที่นครเมลเบิร์น โดยกล่าวหาสายการบินแห่งชาติของไทยว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนส่งชิ้นส่วนเครื่องบินขับไล่ F-35 ให้กับอิสราเอล ผ่านเที่ยวบินผู้โดยสาร และระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้การโจมตีทางอากาศใน ฉนวนกาซา ดำเนินต่อไป
ผู้จัดกิจกรรมใช้ถ้อยคำรุนแรงเรียกการบินไทยว่าเป็น “สายการบินแห่งความตายสู่กาซา” และเรียกร้องให้มีการบอยคอตสายการบินในระดับนานาชาติ
ประท้วงกลางเมืองเมลเบิร์น กดดันหยุด “บินอาวุธ”
การชุมนุมจัดขึ้นเมื่อวันจันทร์ (23 ก.พ. 69) เวลา 11.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่ จัตุรัสเฟเดอเรชัน (Federation Square) บริเวณจุดตัดถนนสวอนสตัน–ฟลินเดอร์ส ใจกลางนครเมลเบิร์น ภายใต้ชื่อกิจกรรม “Tell Thai Airways to stop flying F35 weapons parts to Israel” (การบินไทยต้องหยุดขนส่งชิ้นส่วนอาวุธ F-35 ให้อิสราเอล)
กิจกรรมดังกล่าวจัดโดยกลุ่ม Disrupt Arms Traders ซึ่งทำงานรณรงค์ต่อต้านอุตสาหกรรมอาวุธและการส่งออกยุทโธปกรณ์ โดยผู้เข้าร่วมถือป้ายข้อความ เช่น “Thai Airways flies death to Gaza” (การบินไทยบินส่งความตายสู่กาซา)
ย้ำข้อเรียกร้องผ่านโซเชียล เดินหน้าบอยคอต
แคมเปญการชุมนุมบนอินสตราแกรมยังย้ำข้อเรียกร้องของกลุ่มนักเคลื่อนไหวต่อต้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยระบุว่า “เรามาที่นี่เพื่อบอกว่า ต้องหยุดการส่งอาวุธให้อิสราเอล ไม่มีการส่งมอบยุทโธปกรณ์ใดๆ เพื่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อีกต่อไป”
ผู้จัดกิจกรรมระบุว่า แคมเปญคว่ำบาตรการบินไทยจะดำเนินต่อไป จนกว่าสายการบินจะให้คำมั่นอย่างชัดเจนว่าจะยุติการขนส่งอาวุธ
พร้อมย้ำข้อความรณรงค์ว่า “อย่าใช้บริการการบินไทย”

กล่าวหา “ขนส่งลับ” ชิ้นส่วน F-35 ผ่านเที่ยวบินผู้โดยสาร
คำชี้แจงของผู้จัดกิจกรรม บนเว็บไซต์ greenleft.org.au ระบุว่า การบินไทยถูกกล่าวหาว่า ลักลอบลำเลียงชิ้นส่วนอาวุธของเครื่องบินขับไล่ F-35 จากซิดนีย์ไปยังกรุงเทพฯ ผ่านช่องเก็บสัมภาระใต้ท้องเครื่องของเที่ยวบินผู้โดยสาร ก่อนส่งต่อไปยัง ฐานทัพอากาศเนวาทิม (Nevatim Airbase) ในอิสราเอล
กลุ่มผู้ประท้วงอ้างว่า การขนส่งในลักษณะนี้เกิดขึ้นแล้ว อย่างน้อย 71 เที่ยวบิน และเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานทางทหารที่ทำให้ฝูงบิน F-35 ของอิสราเอลสามารถปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซาได้อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566
F-35 กับสงครามกาซา ในมุมมองผู้ประท้วง
ผู้จัดกิจกรรมใช้คำว่า “genocide jet” (เครื่องบินขับไล่สังหารหมู่) เรียกเครื่องบินขับไล่ F-35 โดยอ้างว่าเครื่องบินรุ่นนี้ถูกใช้โจมตีฉนวนกาซาหลายร้อยครั้ง และชี้ว่า เครื่องบิน F-35 ทุกลำมีชิ้นส่วนที่ผลิตในออสเตรเลีย ทำให้ประเทศผู้ผลิตและบริษัทที่เกี่ยวข้องไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็น มุมมองและการประเมินของกลุ่มเคลื่อนไหว ไม่ใช่ข้อสรุปจากองค์กรตุลาการระหว่างประเทศ หรือการตัดสินอย่างเป็นทางการของรัฐใดรัฐหนึ่ง
อ้างกฎหมายสากล ชี้อาจเข้าข่ายละเมิด
ในแถลงการณ์ของกิจกรรม ผู้จัดระบุว่า สายการบินไทยกำลังอำนวยความสะดวกโดยตรงในการขนส่งชิ้นส่วนอาวุธ F35 ไปยังรัฐที่กำลังก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งการถ่ายโอนอาวุธหรือชิ้นส่วนอาวุธไปยังรัฐที่กำลังก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายอย่างน้อย 3 ฉบับ ได้แก่
-กฎระเบียบการส่งออกด้านกลาโหมของออสเตรเลีย ปี 2013,
-สนธิสัญญาการค้าอาวุธของสหประชาชาติ ปี 2013
-และอนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและลงโทษอาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ปี 1948
กลุ่มผู้ประท้วงอ้างว่า หากมีการดำเนินคดีในอนาคตเกี่ยวกับสงครามกาซา สายการบินไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนยุทโธปกรณ์ อาจถูกฟ้องร้องในข้อหาละเมิดกฎหมายเหล่านี้
แถลงการณ์ยังระบุว่า การลักลอบขนส่งชิ้นส่วนอาวุธร้ายแรงในห้องเก็บสัมภาระของเครื่องบินโดยสารนั้นผิดกฎหมายตามที่กล่าวมาข้างต้น และเป็นการทรยศต่อความไว้วางใจของผู้โดยสารอย่างร้ายแรง
ยังไร้คำชี้แจงจากการบินไทย
จนถึงขณะนี้ การบินไทยยังไม่ออกแถลงการณ์ตอบโต้หรือชี้แจงต่อข้อกล่าวหาของกลุ่มผู้ประท้วง ขณะที่หน่วยงานรัฐของไทยและออสเตรเลียก็ยังไม่มีท่าทีอย่างเป็นทางการต่อกิจกรรมดังกล่าว
กรณีนี้สะท้อนแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อสายการบินและบริษัทเอกชน ซึ่งถูกดึงเข้าสู่สมรภูมิการเมืองระหว่างประเทศ ผ่านข้อกล่าวหาเรื่องความรับผิดชอบทางศีลธรรมและกฎหมาย ต่อสงครามในฉนวนกาซาที่คร่าชีวิตพลเรือนจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง
