14 ม.ค. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บุคลากรบางส่วนของกองทัพสหรัฐได้รับคำแนะนำให้เดินทางออกจาก ฐานทัพอากาศอัลอูเดด ในประเทศกาตาร์ ภายในช่วงเย็นวันพุธนี้ โดยอ้างคำเปิดเผยของนักการทูต 3 รายที่ไม่ประสงค์ออกนาม ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด หลังวอชิงตันส่งสัญญาณว่าอาจเข้าแทรกแซงเหตุการณ์ประท้วงที่กำลังเกิดขึ้นในอิหร่าน
รายงานระบุว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นเพียง “การปรับท่าทีด้านความมั่นคง” ไม่ใช่คำสั่งอพยพอย่างเป็นทางการ โดยนักการทูตรายหนึ่งกล่าวว่า ยังไม่มีการชี้แจงเหตุผลเฉพาะเจาะจงที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงท่าทีครั้งนี้
จนถึงขณะนี้ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในกรุงโดฮายังไม่ออกมาแสดงความเห็น ขณะที่สำนักข่าว อัลจาซีรา ระบุว่าได้ติดต่อไปยังกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์เพื่อขอความเห็น แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ
ฐานทัพอัลอูเดดถือเป็นฐานทัพสหรัฐที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง และเป็นที่ตั้งของทหารสหรัฐราว 10,000 นาย โดยมีบทบาทสำคัญในปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐทั่วทั้งภูมิภาค
ย้อนกลับไปเมื่อปีที่ผ่านมา ก่อนที่สหรัฐจะเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านมากกว่าหนึ่งสัปดาห์ บุคลากรและครอบครัวของทหารสหรัฐบางส่วนก็ถูกย้ายออกจากฐานทัพในตะวันออกกลางเช่นกัน และหลังการโจมตีของสหรัฐในเดือนมิถุนายน อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพอัลอูเดดในกาตาร์ ตอกย้ำความเสี่ยงที่ฐานทัพสหรัฐในภูมิภาคอาจตกเป็นเป้าหมาย หากความตึงเครียดกับเตหะรานยกระดับอีกครั้ง
สหรัฐแจ้งเตือนพลเมืองรีบออกจากอิหร่าน
ในวันเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐเสมือน (Virtual Embassy Tehran) ได้ออกคำเตือนด้านความปลอดภัย ย้ำให้พลเมืองสหรัฐเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาการสื่อสารที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง วางแผนการติดต่อสื่อสารทางเลือก และพิจารณาเดินทางออกจากอิหร่านทางบกไปยังตุรกีหรืออาร์เมเนีย หากสามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัย โดยย้ำว่าพลเมืองสหรัฐไม่ควรพึ่งพาความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐในการอพยพออกนอกประเทศ
คำเตือนยังระบุด้วยว่า ผู้ถือสองสัญชาติสหรัฐ-อิหร่านจะต้องเดินทางออกจากอิหร่านด้วยหนังสือเดินทางอิหร่าน เนื่องจากรัฐบาลอิหร่านไม่ยอมรับสัญชาติซ้อน และจะปฏิบัติต่อบุคคลเหล่านี้ในฐานะพลเมืองอิหร่านเท่านั้น พร้อมเตือนว่า การแสดงหนังสือเดินทางสหรัฐหรือการแสดงความเชื่อมโยงกับสหรัฐ อาจเพียงพอให้ทางการอิหร่านใช้เป็นเหตุในการสอบสวน จับกุม หรือควบคุมตัว