เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลและประเทศอาหรับหลายชาติได้ส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลสหรัฐ เรียกร้องให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ “ชะลอ” การเปิดฉากโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน โดยให้เหตุผลว่า สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านยังไม่อ่อนแอมากพอจากกระแสความไม่สงบภายใน จนการโจมตีของสหรัฐจะเป็น “หมัดเด็ด” ที่สามารถโค่นล้มรัฐบาลเตหะรานได้ รายงานพิเศษของสำนักข่าวเอ็นบีซีนิวส์ เมื่อวันที่ 14 ม.ค. อ้างอิงแหล่งข่าวหลายราย รวมถึงเจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่ง อดีตเจ้าหน้าที่สหรัฐที่ได้รับฟังการหารือ บุคคลที่ใกล้ชิดกับมุมมองของผู้นำอิสราเอล และเจ้าหน้าที่อาหรับอีกสองราย
รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่อิสราเอลและอาหรับมองว่า การโจมตีขนาดใหญ่ในเวลานี้ยังไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสม และแนะนำให้วอชิงตันรอจนกว่ารัฐบาลอิหร่านจะเผชิญแรงกดดันภายในมากกว่านี้ ก่อนพิจารณาการใช้กำลังทางทหารในวงกว้าง
แหล่งข่าวอาหรับรายหนึ่งยอมรับว่า ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค “ไม่มีความกระตือรือร้น” ต่อแนวคิดการโจมตีอิหร่านของสหรัฐ ขณะที่อีกแหล่งข่าวเตือนว่า การโจมตีหรือการยกระดับความตึงเครียดจากอิสราเอลหรือสหรัฐ อาจกลับกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ชาวอิหร่านรวมตัวกันสนับสนุนรัฐบาลมากขึ้น โดยตั้งข้อสังเกตว่า หลังการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลในเดือนมิถุนายน ได้เกิดกระแส “รวมใจเป็นหนึ่งเดียว” ภายในอิหร่านอย่างเห็นได้ชัด
รายงานยังอ้างคำกล่าวของแหล่งข่าวว่า แม้อิสราเอลจะสนับสนุนเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงระบอบในอิหร่าน และเห็นด้วยกับความพยายามของสหรัฐในเรื่องดังกล่าว แต่กังวลว่า การแทรกแซงทางทหารจากภายนอกในช่วงเวลานี้อาจไม่สามารถ “ปิดเกม” ที่ผู้ประท้วงภายในประเทศได้เริ่มต้นไว้แล้ว โดยอิสราเอลเสนอให้สหรัฐใช้มาตรการทางเลือกอื่นเพื่อบ่อนทำลายรัฐบาลเตหะราน และสนับสนุนผู้ประท้วงให้รัฐบาลอ่อนแรงลงมากกว่านี้ ก่อนจะพิจารณาการโจมตีครั้งใหญ่
มาตรการที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา ได้แก่ การคว่ำบาตรเพิ่มเติม ปฏิบัติการไซเบอร์ ความพยายามขัดขวางการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตของอิหร่าน รวมถึงการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมายไปยังผู้นำระดับสูงของอิหร่าน
ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานเมื่อวันที่ 13 ม.ค. ว่า ประเทศอาหรับนำโดยซาอุดีอาระเบียกำลังพยายามป้องกันไม่ให้เกิดการโจมตีอิหร่าน โดยแหล่งข่าวระบุว่า ซาอุดีอาระเบีย โอมาน และกาตาร์ ได้แจ้งต่อทำเนียบขาวว่า ความพยายามโค่นล้มรัฐบาลอิหร่านอาจสั่นคลอนตลาดน้ำมันโลก และท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐเอง อีกทั้งยังวิตกต่อผลสะเทือนทางการเมืองและความมั่นคงภายในประเทศของตน
รายงานยังชี้ว่า ประเทศอาหรับกังวลว่า การโจมตีอิหร่านอาจกระทบต่อการขนส่งน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือแคบ ๆ บริเวณปากอ่าวเปอร์เซีย ที่ใช้ลำเลียงน้ำมันคิดเป็นราวหนึ่งในห้าของปริมาณการส่งออกน้ำมันโลกทั้งหมด
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียยังได้ให้คำมั่นกับเตหะรานว่าจะไม่เข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น และจะไม่อนุญาตให้สหรัฐใช้พื้นที่น่านฟ้าเพื่อโจมตีอิหร่าน ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไม่ได้เข้าร่วมความพยายามล็อบบี้ในครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า รัฐบาลทรัมป์ยังไม่ได้ชี้ชัดถึงรูปแบบปฏิบัติการทางทหารที่อาจใช้กับอิหร่าน แต่ส่งสัญญาณว่า โอกาสเกิดการโจมตีนั้นมีมากกว่าน้อย ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งย้ำว่า ทุกทางเลือกยังคงอยู่ในมือของประธานาธิบดีทรัมป์ในการรับมือกับสถานการณ์ในอิหร่าน พร้อมระบุว่า “ประธานาธิบดีรับฟังความเห็นที่หลากหลาย แต่สุดท้ายจะเป็นผู้ตัดสินใจในสิ่งที่เขาเห็นว่าดีที่สุด”