วันเสาร์ 31 มกราคม 2026

อิหร่านประณามจี7 แทรกแซงกิจการภายใน ชี้สหรัฐ–อิสราเอลอยู่เบื้องหลังความรุนแรง

-

17 ม.ค. 69 กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ออกแถลงการณ์ตอบโต้ถ้อยแถลงของประเทศกลุ่มจี7 ที่ถูกระบุว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของอิหร่าน โดยประณามอย่างรุนแรง และชี้ว่าเป็นหลักฐานชัดเจนถึงแนวทาง “สองมาตรฐาน” และความหน้าไหว้หลังหลอกของประเทศสมาชิกจี7 ภายใต้การนำของสหรัฐอเมริกา ในประเด็นสิทธิมนุษยชน

แถลงการณ์ระบุว่า ประเทศสมาชิกจี7 ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐอเมริกาและระบอบไซออนิสต์ เพิกเฉยต่อข้อเท็จจริงสำคัญอย่างจงใจว่า การชุมนุมอย่างสันติของประชาชนอิหร่าน ถูกทำให้กลายเป็นความรุนแรงจากการแทรกซึมอย่างเป็นระบบของกลุ่มก่อการร้ายที่ได้รับการติดอาวุธและการสนับสนุนจากอิสราเอล ระหว่างวันที่ 8 ถึง 10 ม.ค. 69

ในช่วงเวลาดังกล่าว มีผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายจำนวนมากถูกโจมตี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย โดยอิหร่านย้ำว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบ หากแต่เป็นความรุนแรงที่ถูกจัดตั้งจากภายนอกประเทศ

กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุด้วยว่า ถ้อยแถลงอย่างเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ปัจจุบันและอดีตของสหรัฐ รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอล ที่เรียกร้องหรือส่งเสริมความรุนแรงและการเข่นฆ่าประชาชนอิหร่าน เมื่อประกอบกับเอกสารและหลักฐานที่หน่วยงานความมั่นคงรวบรวมไว้ แสดงให้เห็นถึงบทบาทโดยตรงของอิสราเอลในการจัดหาอาวุธและจัดตั้งกลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธ ตลอดจนการสนับสนุนของสหรัฐต่อกลุ่มเหล่านี้

แถลงการณ์ย้ำว่า สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านยึดมั่นในพันธกรณีตามกฎหมาย จริยธรรม และหลักมนุษยธรรม ในการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงสิทธิในการชุมนุมโดยสงบ ขณะเดียวกัน รัฐบาลอิหร่านจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังในการปกป้องความมั่นคงของพลเมือง ความสงบเรียบร้อยของประเทศ ต่อต้านการก่อการร้ายที่นำเข้าจากต่างชาติ และปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ

อิหร่านยังวิจารณ์ประเทศสมาชิกจี7 ว่าต่างมีประวัติอันน่าอับอายในด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งภายในประเทศของตนเองและในภูมิภาคเอเชียตะวันตก อีกทั้งยังถูกมองว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดโดยตรงกับอิสราเอล จากการสนับสนุนอย่างเต็มที่หรือการเพิกเฉยต่ออาชญากรรมของอิสราเอล ซึ่งอิหร่านระบุว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และการทำลายประชาชนปาเลสไตน์ในลักษณะอาณานิคม

แถลงการณ์ระบุอย่างหนักแน่นว่า ประเทศเหล่านี้ “ปราศจากความชอบธรรมและสถานะทางศีลธรรมใด ๆ” ในการตัดสินผู้อื่นหรือกล่าวอ้างด้านสิทธิมนุษยชนต่อประเทศอื่น

อิหร่านย้ำด้วยว่า ความทรงจำร่วมของประชาชนอิหร่านจะไม่มีวันลืมการสนับสนุนของเจ้าหน้าที่จากสหรัฐ เยอรมนี อังกฤษ แคนาดา และประเทศสมาชิกจี7 บางประเทศ ต่อการรุกรานทางทหารของอิสราเอลต่ออิหร่าน และการสังหารชาวอิหร่านหลายร้อยคนในเดือนมิ.ย. 68

สุดท้าย กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเรียกร้องให้ประเทศกลุ่มจี7 ยุติการออกแถลงการณ์ที่ถูกมองว่าเป็นการหลอกลวงและแทรกแซงกิจการภายในของอิหร่าน หยุดการแทรกแซงทางการเมือง ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่ไม่เป็นธรรมและผิดกฎหมายต่อประชาชนอิหร่าน และยุติการใช้แนวคิดสิทธิมนุษยชนเป็นข้ออ้างเพื่อแทรกแซงกิจการภายใน รวมถึงการยุยงให้เกิดความรุนแรงและการก่อการร้าย

เรื่องล่าสุด