ผู้ช่วยฝ่ายการเมืองกองทัพเรือกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุว่า ฝ่ายตรงข้าม “ไม่มีความกล้าพอ” ที่จะเปิดฉากโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน ท่ามกลางความพร้อมเต็มรูปแบบของกองกำลังติดอาวุธอิหร่าน พร้อมอ้างว่า เตหะรานสามารถควบคุมช่องแคบฮอร์มุซด้วยระบบ “ควบคุมอัจฉริยะ” โดยไม่จำเป็นต้องใช้การวางทุ่นระเบิดแบบเดิมอีกต่อไป
สำนักข่าว อีร์นา (IRNA) สื่อทางการรัฐอิหร่าน รายงานในวันศุกร์ 23 ม.ค. 69 ว่า นายพลโมฮัมหมัด อักบัรซาเดห์ ผู้ช่วยฝ่ายการเมืองกองทัพเรือ IRGC กล่าวสุนทรพจน์ก่อนการละหมาดวันศุกร์ ที่มัสยิดอิมาม โคมัยนี เมืองซารี จังหวัดมาซันดาราน โดยระบุว่า ความพยายามของศัตรูในการสร้าง “เงาของสงคราม” เป็นเพียงยุทธวิธีทางจิตวิทยา และไม่สะท้อนศักยภาพทางทหารที่แท้จริง
“ศัตรูไม่มีความกล้าพอที่จะโจมตีอิหร่าน หากมี พวกเขาคงลงมือไปแล้วตั้งแต่วันนี้” อักบัรซาเดห์กล่าว
เขายังกล่าวถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคว่า “บางคนบอกว่าอเมริกาจะมาด้วยเรือรบหรือเครื่องบิน จะมาที่ไหน เมื่อไร เชิญได้เลย เราพร้อมอยู่แล้ว”
อักบัรซาเดห์อ้างถึงขีดความสามารถของกองกำลังติดอาวุธอิหร่านในหลายมิติ ทั้งสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เรือรบ ขีปนาวุธ โดรน และเรือดำน้ำ โดยย้ำว่า คำกล่าวเหล่านี้ “ไม่ใช่เพียงการกล่าวบนเวที”
“นี่ไม่ใช่คำปราศรัยลอยๆ ผมพูดด้วยความรับผิดชอบ และบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง” เขากล่าว
ทรัมป์สอบถามแผนโจมตีแบบสายฟ้าแลบ
ผู้ช่วยฝ่ายการเมืองกองทัพเรือ IRGC ยังอ้างถึงสิ่งที่เขาเรียกว่า “รายงานภาคสนาม” เกี่ยวกับการตัดสินใจล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยกล่าวว่า ผู้นำสหรัฐฯ ได้สอบถามผู้เชี่ยวชาญทางทหารถึงความเป็นไปได้ในการโจมตีอิหร่านแบบฉับพลัน โดยไม่เปิดโอกาสให้มีการตอบโต้
“ผู้เชี่ยวชาญทุกคนบอกว่า นี่เป็นเพียงภาพลวงตา เป็นฉากในหนังฮอลลีวูด” เขากล่าวพร้อมย้ำว่า “พวกเขาเองก็รู้ดีว่า วันนี้ไม่มีความกล้าพอจะโจมตีอิหร่าน”
ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซแบบอัจฉริยะ
ในอีกช่วงหนึ่งของสุนทรพจน์ อักบัรซาเดห์กล่าวถึงอ่าวเปอร์เซีย โดยระบุว่า ความมั่นคงด้านพลังงาน อาหาร และการค้าของโลก “ขึ้นอยู่กับเส้นทางที่ทหารของอิหร่านกำลังปกป้องอยู่”
เขาอ้างว่า อิหร่านได้พัฒนาระบบใหม่ในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการแบบเดิม
“วันนี้เราไม่จำเป็นต้องพูดถึงการวางทุ่นระเบิดแบบเก่าอีกต่อไป เรามีระบบที่สามารถควบคุมและบริหารช่องแคบฮอร์มุซอย่างอัจฉริยะ” เขากล่าว โดยระบุว่า ระบบดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่เขตอ้างสิทธิ์เดิม ไปจนถึงเกาะบูมูซา และพื้นที่ตอนเหนือของอ่าวเปอร์เซีย
เป้าศัตรูคือสร้าง “เงาของสงคราม”
อักบัรซาเดห์กล่าวว่า ต้นตอของความเป็นปฏิปักษ์ต่ออิหร่าน ไม่ได้อยู่ที่ประเด็นขีปนาวุธหรือประเด็นทางสังคม แต่คือการที่อิหร่าน “ไม่ยอมจำนนต่อการบีบบังคับ”
เขายังระบุว่า เป้าหมายหลักของฝ่ายตรงข้าม คือการสร้าง “เงาของสงคราม” เพื่อทำให้สังคมรู้สึกอ่อนแอ และถูกบีบให้เข้าสู่โต๊ะเจรจาภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
“พวกเขาถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะล้มเหลว” เขากล่าว
อักบัรซาเดห์ปิดท้ายด้วยการขอบคุณประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมรำลึกและแสดงความเคารพต่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่ผ่านมา