มอสโกเตือนว่าการโจมตีอิหร่านไม่ว่ารูปแบบใด จะส่งผลให้สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางเผชิญความปั่นป่วนและความไม่มั่นคงอย่างร้ายแรง ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นจากท่าทีของสหรัฐฯ ต่อเตหะราน
ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกของทำเนียบเครมลิน กล่าวเมื่อวันจันทร์ (26 ม.ค. 69) ว่า “การโจมตีใด ๆ ต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน จะนำไปสู่การบ่อนทำลายความมั่นคงและสร้างความไร้เสถียรภาพในภูมิภาค”
เปสคอฟกล่าวระหว่างการแถลงข่าว ตามรายงานของสปุตนิกอารบิกว่า “การโจมตีอิหร่านจะเป็นอีกก้าวหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย ที่จะทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคสั่นคลอนอย่างรุนแรง”
โฆษกเครมลินย้ำว่า รัสเซียยังคงเดินหน้าความพยายามในการช่วยลดระดับความตึงเครียด และคาดหวังให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ความยับยั้งชั่งใจ รวมถึงยึดมั่นในแนวทางการเจรจาอย่างสันติ
“อย่างที่ทราบกันดี รัสเซียยังคงพยายามมีบทบาทในการคลี่คลายความตึงเครียด และในสถานการณ์เช่นนี้ เราคาดหวังให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างเต็มที่ และยึดแนวทางการเจรจาโดยสันติเป็นหลัก” เปสคอฟกล่าว
ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า วอชิงตันได้ส่ง “กำลังทหารขนาดใหญ่” ไปยังอิหร่าน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน แม้เขาจะย้ำว่าไม่ต้องการใช้กำลังดังกล่าว
ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เรามีกำลังทหารขนาดใหญ่มุ่งหน้าไปยังอิหร่าน ผมอยากให้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เรากำลังจับตาดูพวกเขาอย่างใกล้ชิด”