เชคนาอีม กอเซม เลขาธิการกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ ได้กล่าวสุนทรพจน์ในกรุงเบรุต เมื่อวันจันทร์ 26 ม.ค. 69 ระหว่างการชุมนุมสนับสนุนอิหร่านและผู้นำสูงสุด อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี โดยย้ำจุดยืนของกลุ่มต่อการสนับสนุนอิหร่าน ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคที่เพิ่มสูงขึ้น ตามรายงานของอัลมานาร์
กอเซมกล่าวว่า “พวกเรามารวมตัวกันเพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับอิหร่านและผู้นำของอิหร่าน คาเมเนอีคือผู้ที่นำพาพวกเรา และฮิซบุลเลาะห์เชื่อมั่นในความเป็นผู้นำของเขา”
เลขาธิการฮิซบุลเลาะห์เตือนว่า การข่มขู่ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เท่ากับการข่มขู่ผู้คนนับล้าน โดยกล่าวว่า “การข่มขู่ลอบสังหารผู้นำ อิหม่าม ซัยยิด อาลี คาเมเนอี ไม่ว่าจะมาจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกาหรือบุคคลใดก็ตาม หมายถึงการข่มขู่ผู้คนนับล้าน หรือแม้แต่หลายสิบล้านคน และนี่คือสิ่งที่ยอมรับไม่ได้”
เขาระบุว่า จากมุมมองของศรัทธา ความเชื่อ และหน้าที่ ทุกฝ่ายมีความรับผิดชอบในการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามดังกล่าว พร้อมย้ำว่าฮิซบุลเลาะห์ได้เตรียมความพร้อมทุกด้านเพื่อรับมือ โดยมองว่าการลอบสังหารผู้นำสูงสุด “จะเป็นการลอบสังหารเสถียรภาพของภูมิภาคและของโลก” และถือเป็นภัยคุกคามที่มุ่งมายังกลุ่มโดยตรง ซึ่งฮิซบุลเลาะห์มี “อำนาจเต็ม” ในการตัดสินใจดำเนินการตามที่เห็นว่าเหมาะสม
กอเซมยังเตือนว่า สงครามใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับอิหร่านในครั้งนี้ อาจจุดชนวนความปั่นป่วนในระดับภูมิภาค
เขาระบุว่า หากอิหร่านถูกโจมตี กลุ่มจะไม่วางตัวเป็นกลาง โดยกล่าวว่า “เราจะตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ตามสถานการณ์”
คำปราศรัยดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการชุมนุมสนับสนุนอิหร่านครั้งใหญ่ทั่วประเทศเลบานอน รวมถึงในเขตดะฮิเยห์ของเบรุต บะลาเบก และเลบานอนตอนใต้ แม้ว่าผู้นำชุดใหม่ของประเทศจะพยายามที่จะแยกตัวออกจากอิทธิพลต่างชาติ โดยเฉพาะอิหร่านก็ตาม
ไฮไลต์คำปราศรัย ของเลขาธิการกลุ่มฮิซบุลเลาะห์
🔻 “สหรัฐและอิสราเอลกำลังเชื่อมเลบานอน กาซา ซีเรีย อิหร่าน และทั้งภูมิภาค เข้าด้วยกันภายใต้โครงการอาณานิคมเดียว ที่มุ่งโจมตีทุกโครงการแห่งการต่อต้านและเอกราชในภูมิภาคนี้”
🔻 “ในเลบานอน พวกเขาใช้ทั้งแรงกดดันทางทหารและการเมือง พร้อมชักดาบสงครามค้างไว้ เพื่อบังคับให้ยอมจำนนและยึดทุกอย่างไป”
🔻 “ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา มีหลายฝ่ายถามเราอย่างตรงไปตรงมาว่า ฮิซบุลเลาะห์จะเข้าแทรกแซงหรือไม่ หากสหรัฐและอิสราเอลทำสงครามกับอิหร่าน”
🔻 “ผู้ที่ถูกส่งมาพูดคุย ถูกมอบหมายให้ขอคำมั่นจากฮิซบุลเลาะห์ว่าจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง แต่พวกเขาก็ยอมรับว่าสหรัฐและอิสราเอลกำลังพิจารณาทุกทางเลือก ทั้งโจมตีฮิซบุลเลาะห์ก่อนแล้วจึงโจมตีอิหร่าน หรือโจมตีอิหร่านก่อน แล้วจึงฮิซบุลเลาะห์ หรือโจมตีทั้งสองพร้อมกัน”
🔻 “ไม่ว่าทางเลือกใด ฮิซบุลเลาะห์ก็อยู่ในสมการทั้งหมด และพวกเขากำลังทดสอบว่า การแยกส่วนจะทำให้บรรลุเป้าหมายได้หรือไม่”
🔻 “ต่อหน้าความเป็นไปได้เหล่านี้ และต่อหน้าการรุกรานที่ไม่แยกแยะว่าใครเป็นใคร เราถือว่าตัวเองเกี่ยวข้อง ถูกคุกคาม และมุ่งมั่นจะป้องกันตนเอง”
🔻 “วิธีการตอบสนอง ไม่ว่าจะเข้าแทรกแซงหรือไม่ และในรายละเอียดระดับใด จะถูกกำหนดตามสถานการณ์ในเวลานั้น ฮิซบุลเลาะห์ไม่ใช่ฝ่ายเป็นกลาง”
🔻 “การที่กำลังไม่สมดุล ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีสิทธิในการป้องกันตัว การป้องกันยิ่งจำเป็นเมื่อไม่มีความสมดุล และเมื่อมีการรุกราน เพื่อขัดขวางไม่ให้ศัตรูบรรลุเป้าหมาย”
🔻 “ผู้ที่นำเลบานอนไปอยู่ใต้การครอบงำของสหรัฐ และรับใช้โครงการอเมริกัน–อิสราเอล คือผู้ที่ผลักเลบานอนเข้าสู่สถานการณ์อันตราย ไม่ใช่การยืนหยัดหรือการต่อต้าน”
🔻 “การยืนหยัด การต่อต้าน และการป้องกัน คือสิ่งที่คืนศักดิ์ศรี เอกราช และสถานะให้เลบานอน และสี่ทศวรรษที่ผ่านมาเป็นพยานได้ถึงสิ่งนั้น”
🔻 “การข่มขู่ลอบสังหารผู้นำ อิหม่าม ซัยยิด อาลี คาเมเนอี ไม่ว่าจะมาจากโดนัลด์ ทรัมป์ หรือจากใครก็ตาม คือการข่มขู่ผู้คนนับล้าน หรือแม้แต่หลายสิบล้านคน และเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้”
🔻 “การลอบสังหารผู้นำ ไม่เพียงเป็นการลอบสังหารบุคคล แต่เป็นการลอบสังหารเสถียรภาพของภูมิภาคและของโลก และเรามีอำนาจเต็มที่จะทำในสิ่งที่เราเห็นว่าเหมาะสมเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามนี้”
🔻 “ตั้งแต่ปี 1979 สหรัฐอเมริกาต่อต้านสาธารณรัฐอิสลาม เพราะไม่สามารถยอมรับการมีอยู่ของประเทศที่เป็นอิสระ เป็นเอกราช และเป็นจุดอ้างอิงของมุสลิมและผู้ถูกกดขี่ทั่วโลก”
🔻 “สหรัฐทำสงครามกับอิหร่านผ่านอิรักเป็นเวลาแปดปี ใช้อาวุธทุกชนิด และทุ่มทรัพยากรจำนวนมหาศาล แต่ก็ล้มเหลว”
🔻 “การก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามและความสำเร็จของการปฏิวัติอิหร่าน คือความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐและอิสราเอล”
🔻 “อิหร่านสามารถยืนหยัดผ่านสงคราม 12 วัน และภายใต้การนำของอิมาม คาเมเนอี สามารถขัดขวางโครงการของสหรัฐและอิสราเอลได้”
🔻 “ความพยายามล้มอิหร่านจากภายใน เกิดขึ้นผ่านแรงกดดันทางเศรษฐกิจ และการแทรกซึมผู้ก่อวินาศกรรมในกระแสการประท้วง ซึ่งนำไปสู่การฆ่า ทำลาย และเผา”
🔻 “สหรัฐต้องการครอบงำโลก ไม่ใช่แค่อิหร่าน และอิหร่านมีสิทธิในนิวเคลียร์สันติ พลังขีปนาวุธ และการสนับสนุนผู้ถูกกดขี่ เพื่อป้องกันตนเอง”
🔻 “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา คือหลักฐานของความโหดร้าย และเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของสหรัฐและตะวันตก”
🔻 “สงครามใด ๆ ต่ออิหร่านในครั้งนี้ อาจจุดชนวนทั้งภูมิภาค”
🔻 “การยอมจำนนหมายถึงการสูญเสียทุกอย่าง แต่การป้องกันยังเปิดประตูแห่งความหวัง”
🔻 “อย่าข่มขู่เราด้วยความตาย ความตายไม่ได้อยู่ในมือพวกคุณ แต่อยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า ส่วนศักดิ์ศรีและเกียรติยศ อยู่ในมือของเรา และเราจะไม่ละทิ้งมัน”
🔻 “พี่น้องชาวอิหร่าน พวกท่านคือเพชรบนมงกุฎ เราอยู่เคียงข้างพวกท่าน และพวกท่านอยู่เคียงข้างเรา”