วันอังคาร 3 กุมภาพันธ์ 2026

“ผมเป็นมนุษย์ก่อนศาสนา” ชายฮินดูยืนขวางม็อบขวาจัด ปกป้องร้านมุสลิมในอินเดีย ก่อนถูกคุกคามเสียเอง

-

ชายชาวฮินดูในรัฐอุตตราขัณฑ์ของอินเดียเข้าขวางและปกป้องพ่อค้าชาวมุสลิมจากการคุกคามของม็อบขวาจัด ก่อนที่เขาจะกลายเป็นเป้าการคุกคามเสียเอง หลังวิดีโอเหตุการณ์ดังกล่าวแพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนสื่อสังคมออนไลน์

The Indian Express รายงานว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่เมืองโคตดวาร์ รัฐอุตตราขันธ์ของอินเดีย เมื่อ ดีปัก กุมาร์ เจ้าของยิมวัย 46 ปี เห็นกลุ่มชายซึ่งสื่ออินเดียระบุว่าเป็นสมาชิกของ บัจรัง ดัล เข้าไปคุกคาม วากีล อาเหม็ด พ่อค้าชาวมุสลิมวัย 70 ปี โดยเรียกร้องให้เขาเปลี่ยนชื่อร้าน “Baba School Dress” (ร้านบาบา ชุดนักเรียน) อ้างว่าคำว่า “บาบา” ควรใช้กับบุคคลทางศาสนาฮินดูเท่านั้น

ภาพ The Indian Express

วิดีโอที่ถูกเผยแพร่ต่อมาบันทึกช่วงเวลาที่ดีปักตั้งคำถามต่อข้อเรียกร้องดังกล่าว โดยชี้ว่าร้านดังกล่าวเปิดมานานกว่า 30 ปี และเมื่อหนึ่งในกลุ่มชายถามชื่อของเขา ดีปักตอบกลับว่า “ผมชื่อโมฮัมหมัด ดีปัก”

ดีปักอธิบายภายหลังว่า คำพูดดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อสื่อถึงความเสมอภาคของพลเมืองอินเดีย โดยเขากล่าวกับ The Indian Express ว่า ต้องการย้ำว่าทุกคนเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมายเดียวกัน ไม่ว่าศาสนาใดก็ตาม

หลังคลิปแพร่สะพัด ดีปักตกเป็นเป้าโจมตีจากผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียสายขวาจัดบนแพลตฟอร์ม X, Instagram และ Facebook ขณะที่ประชาชนอีกส่วนหนึ่งแสดงการสนับสนุนและขอบคุณในจุดยืนของเขา

สถานการณ์ทวีความตึงเครียดเมื่อมีกลุ่มคนรวมตัวหน้าบ้านและยิมของดีปัก พร้อมตะโกนกล่าวหาว่าเขาเข้าข้างชาวมุสลิม จนตำรวจต้องเข้าควบคุมพื้นที่เพื่อป้องกันเหตุบานปลาย

ดีปักโพสต์วิดีโอตอบโต้ ยืนยันไม่ถอยจากจุดยืน พร้อมกล่าวว่า “ผมไม่ใช่ฮินดู ไม่ใช่มุสลิม ไม่ใช่ซิกข์ และไม่ใช่คริสเตียน สิ่งแรกและสำคัญที่สุดคือผมเป็นมนุษย์” และเรียกร้องให้อินเดียเลือกความรักและความเมตตา แทนความเกลียดชังและการแบ่งแยก

ตำรวจระบุว่า ได้ลงบันทึกคดี 2 คดีจากเหตุการณ์นี้ โดยคดีแรกเป็นไปตามคำร้องของพ่อค้าร้านเสื้อผ้าในข้อหาข่มขู่คุกคาม ส่วนอีกคดีหนึ่งเป็นการดำเนินคดีกับบุคคลไม่ทราบชื่อ 30–40 คน ในข้อหายุยงให้เกิดความแตกแยกทางศาสนา ปิดกั้นทางหลวงแห่งชาติ และทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ล่าสุด โชอิบ อาห์เหม็ด วัย 38 ปี บุตรชายของวากีล อาห์เหม็ด ให้สัมภาษณ์กับ The Indian Express ว่า ครอบครัวของเขาดำเนินกิจการร้านดังกล่าวมานานกว่า 30 ปี และก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ กลุ่มชายที่เข้ามาคุกคามเคยเรียกร้องให้เอาคำว่า “บาบา” ออกจากป้ายร้านมาแล้ว แต่ทางร้านไม่ได้ให้ความสนใจ

เขาระบุว่า กลุ่มคนดังกล่าวเคยเสนอให้เปลี่ยนไปใช้ชื่อของครอบครัวแทนคำว่า “บาบา” บนป้ายร้าน และในวันที่ 26 ม.ค. ชายกลุ่มเดิมได้กลับมาข่มขู่อีกครั้งให้เปลี่ยนชื่อร้าน จนเกิดเสียงโต้เถียงดังขึ้น ก่อนที่ดีปักจะเข้ามาให้ความช่วยเหลือ

โชอิบเล่าว่า เหตุการณ์หลังจากนั้นยิ่งทำให้ครอบครัวตกอยู่ในความหวาดกลัว โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เขาออกจากร้านไปรับลูก ๆ จากโรงเรียน และพบว่ามีกลุ่มคนจำนวนมากมารวมตัวอยู่หน้าร้านพร้อมตะโกนด่าทอ ทำให้เขาไม่กล้ากลับบ้านในคืนนั้น

“พ่อของผมอยู่ที่ร้านต่อ เพราะท่านป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน” เขากล่าว

โชอิบยืนยันว่า ครอบครัวไม่ได้มีแผนจะเปลี่ยนชื่อร้าน โดยกล่าวว่า “ทำไมผมต้องเปลี่ยนชื่อ ในเมื่อทุกคนก็อยู่กับเรา” พร้อมระบุว่า กระแสการสนับสนุนจากสังคมทำให้ครอบครัวรู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น “มันทำให้รู้สึกอบอุ่นใจที่มีคนคอยอยู่เคียงข้างเราในยามวิกฤต”

เรื่องล่าสุด