อิหร่านยื่นข้อเรียกร้องเปลี่ยนทั้งสถานที่และรูปแบบการเจรจากับสหรัฐฯ ที่กำหนดมีขึ้นวันศุกร์นี้ โดยขอให้ย้ายเวทีจากอิสตันบูลไปโอมาน และจำกัดกรอบเป็นการคุยทวิภาคีเท่านั้น แหล่งข่าวเตือนว่าหากวอชิงตันไม่ตอบรับ อาจทำให้การเจรจาล้ม และเพิ่มแรงกดดันให้สหรัฐฯ ขยับจากการทูตไปสู่ทางเลือกทางทหาร ท่ามกลางการเสริมกำลังของสหรัฐฯ ในภูมิภาค
สื่อสหรัฐฯ Axios รายงานเมื่อคืนวันอังคาร (3 ก.พ.) อ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกระบวนการสองราย ระบุ เตหะรานได้ร้องขอ “การปรับเปลี่ยนสถานที่และรูปแบบ” ของการเจรจาที่จะมีขึ้นในวันศุกร์ พร้อมเตือนว่า หากข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่ถูกตอบรับ การพูดคุยอาจล้มเหลว และเปิดทางให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ถอยห่างจากเส้นทางการทูต
แหล่งข่าวของแอกซิออสยังระบุว่า อิหร่านได้ถอยกลับจากความเข้าใจที่เพิ่งบรรลุในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการส่งคำเชิญไปยังหลายประเทศให้เข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์แล้ว
ขอเปลี่ยนจากอิสตันบูลเป็นโอมาน และคุยแบบทวิภาคี
ตามข้อมูล อิหร่านต้องการย้ายสถานที่เจรจาจากอิสตันบูลไปยังโอมาน พร้อมปรับรูปแบบให้เป็นการเจรจาทวิภาคีกับสหรัฐฯ โดยไม่เอื้อให้ประเทศอื่นเข้าร่วม แม้ในฐานะผู้สังเกตการณ์ แตกต่างจากกรอบเดิมที่มีประเทศอาหรับและอิสลามบางส่วนเข้าฟัง
นักการทูตในภูมิภาครายหนึ่งยืนยันกับรอยเตอร์ ว่า “อิหร่านต้องการย้ายสถานที่การเจรจาที่กำหนดวันศุกร์ จากอิสตันบูลไปยังโอมาน” และเสริมว่า เตหะรานยังต้องการ “จำกัดขอบเขตการคุยให้โฟกัสเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์ และไม่ประสงค์ให้ประเทศในภูมิภาคเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรง”
การยื่นข้อเรียกร้องครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสัญญาณกดดันจากวอชิงตัน โดยก่อนหน้านี้ผู้นำสหรัฐฯ เคยเตือนถึง “ผลลัพธ์ที่เลวร้าย” หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ก็ได้เพิ่มการปรากฏตัวทางทหารในภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กรอบการเจรจาถูกจับตาว่าจะเป็นทางออกการทูตหรือจุดเริ่มต้นของการยกระดับความตึงเครียด
เตหะรานส่งสัญญาณพร้อมคุย หากเงื่อนไขเอื้อ
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ประธานาธิบดีอิหร่าน มัซอูด เปเซซคียอน ประกาศมอบหมายให้นาย อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ เป็นผู้แทนเตหะรานในการเจรจานิวเคลียร์โดยตรงกับสหรัฐฯ
เปเซซคียอนเขียนบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า “ผมได้ออกคำสั่งให้รัฐมนตรีต่างประเทศของผมดำเนินการเจรจาที่เป็นธรรมและเที่ยงตรง ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ปราศจากการคุกคามและความคาดหวังที่ไม่สมเหตุสมผล” พร้อมย้ำว่าการพูดคุยจะเกิดขึ้น “ภายใต้กรอบผลประโยชน์แห่งชาติ” ของอิหร่าน
ข้อเรียกร้องของอิหร่านสะท้อนความพยายามควบคุมเวทีและวาระการคุยให้แคบลง โดยตัดบทบาทผู้สังเกตการณ์ออก และเน้นประเด็นนิวเคลียร์เป็นแกนเดียว ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการรักษากรอบพหุภาคีเดิมกับการยอมปรับเพื่อรักษาช่องทางการทูตไม่ให้สะดุด
หากไม่สามารถหาจุดลงตัวได้ทันเวลา ความเสี่ยงที่การเจรจาจะล้มอาจเพิ่มแรงกดดันเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาค และทำให้เส้นแบ่งระหว่างการทูตกับการยกระดับความตึงเครียดบางลงยิ่งกว่าเดิม








