การฝึกซ้อมทางทะเลร่วมระหว่างกองทัพเรือสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและกองทัพเรือสหพันธรัฐรัสเซียได้สิ้นสุดลงแล้ว หลังเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ของฝ่ายรัสเซียเดินทางออกจากพื้นที่ฝึก ตามรายงานของอิร์นาสำนักข่าวทางการอิหร่าน
อิร์นาระบุว่า การซ้อมรบดังกล่าวจัดขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทวิภาคี เพิ่มขีดความสามารถด้านความมั่นคงทางทะเล และยกระดับการประสานงานเชิงปฏิบัติการระหว่างสองประเทศ โดยเจ้าหน้าที่จากทั้งสองฝ่ายระบุว่า การฝึกครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการทูตทางทะเล การขยายปฏิสัมพันธ์ทางทหาร และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านยุทธการ
พิธีปิดการฝึกมีขึ้นพร้อมกับการอำลาเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือรัสเซีย ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดภารกิจร่วมในรอบนี้ ท่ามกลางบริบทความตึงเครียดด้านความมั่นคงในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

ซ้อมกู้เรือถูกยึด ใกล้บันดาร์อับบาส
สำนักข่าวทัสนีมรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างการฝึก กำลังพลเรือของอิหร่านและรัสเซียได้ดำเนินการซ้อมสถานการณ์กู้เรือพาณิชย์ที่ถูกยึด ในบริเวณน่านน้ำใกล้เมืองบันดาร์อับบาส ทางตอนใต้ของอิหร่าน
ปฏิบัติการเริ่มต้นหลังเรือพาณิชย์ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉินไปยังศูนย์ประสานงานกู้ภัยทางทะเลบันดาร์อับบาส (MRCC) ก่อนที่กองทัพเรืออิหร่านจะส่งเฮลิคอปเตอร์ SH-3 และกองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) จะส่งเฮลิคอปเตอร์ Bell 412 เข้าปฏิบัติการค้นหา
เรือพิฆาต “อัลวันด์” ของอิหร่าน ซึ่งทำหน้าที่เป็นเรือบัญชาการในการฝึก ได้สั่งการให้เรือรบใกล้เคียงเข้าร่วมภารกิจกู้ภัย โดยหน่วยรบพิเศษทางทะเลของอิหร่านและรัสเซียสามารถยึดเรือคืนได้สำเร็จ ผ่านปฏิบัติการโจมตีประสานกันทั้งทางอากาศและผิวน้ำ พร้อมควบคุมตัวผู้ก่อเหตุในสถานการณ์จำลอง

RT อ้าง The War Zone ชี้ ซ้อมรบกระทบแผนวอชิงตัน
สำนักข่าว RT ของรัสเซียรายงานโดยอ้างอิงหนังสือพิมพ์อเมริกัน The War Zone ว่า การเข้าร่วมซ้อมรบทางทะเลกับอิหร่านของเรือรบจากรัสเซียและจีน อาจสร้างความซับซ้อนต่อการวางแผนของสหรัฐฯ หากต้องดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่อเตหะราน
รายงานระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญที่ให้ความเห็นกับ The War Zone มองว่า แม้การปรากฏตัวของเรือรบรัสเซียและจีนจำนวนจำกัดในช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวโอมาน จะไม่ถือเป็นภัยคุกคามทางทหารโดยตรงต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ แต่ก็อาจทำให้แผนการโจมตีอิหร่านมีความยุ่งยากและซับซ้อนมากขึ้น
ด้าน ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวย้ำว่า การซ้อมรบทางทะเลรัสเซีย–อิหร่านเป็นปฏิบัติการที่มีการวางแผนและประสานงานไว้ล่วงหน้า พร้อมระบุว่าภูมิภาคกำลังเผชิญระดับความตึงเครียดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และรัสเซียเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นต่อสถานการณ์รอบอิหร่าน
ฉากหลังความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน
การฝึกซ้อมดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางรายงานจากสื่อตะวันตกที่ระบุว่า รัฐบาลของ โดนัลด์ ทรัมป์ ใกล้จะตัดสินใจดำเนินการทางทหารขนาดใหญ่ต่ออิหร่านมากกว่าที่เคยเป็นมา โดยอาจเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หรือภายในไม่กี่สัปดาห์ หากเส้นทางการทูตด้านนิวเคลียร์กับเตหะรานประสบความล้มเหลว
ในช่วงปลายเดือนมกราคม สหรัฐฯ ได้ส่งกองเรือรบจำนวนมากเข้าสู่ภูมิภาคอ่าว ก่อนที่รัฐมนตรีกลาโหมจะประกาศในเวลาต่อมาว่า วอชิงตันได้สั่งส่งกำลังเพิ่มเติมเข้าสู่พื้นที่ ขณะที่เตหะรานเตือนซ้ำว่า การโจมตีใดๆ ต่ออิหร่านจะนำไปสู่การตอบโต้ในวงกว้างต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาค








