คิริล ดมิทรีเยฟ ผู้ช่วยประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X เรียก เจ้าชายแอนดรูว์ ว่าเป็น “ซาตาน” พร้อมพาดพิงถึง “เพื่อนเสรีนิยมจากโลกตะวันตก” หลังมีการเผยแพร่เอกสารชุดใหม่ในคดีของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ซึ่งมีคำกล่าวอ้างแบบไม่เปิดเผยชื่อว่า อดีตเจ้าชายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทรมานเด็กอายุเพียง 6 ขวบ

ดมิทรีเยฟแนบลิงก์รายงานสื่อที่อ้างถึงคำให้การดังกล่าว พร้อมเขียนว่า “เจ้าชายแอนดรูว์และเพื่อนโลกตะวันตกสายเสรีนิยมแบบซาตาน ทรมานเด็กวัย 6 ขวบ” และเสริมว่า “รัสเซียต่อสู้กับลัทธิซาตาน”

เจ้าชายแอนดรูว์ หรือ แอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์ พระอนุชาของ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ถูกถอดพระยศและบทบาททางราชสำนักเมื่อปีก่อน จากความสัมพันธ์กับเอปสตีน อาชญากรทางเพศที่เสียชีวิตในเรือนจำสหรัฐฯ โดยกระแสอื้อฉาวยิ่งทวีความรุนแรงในเดือนนี้ หลังกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยเอกสารคดีเอปสตีนชุดสุดท้าย รวมกว่า 3 ล้านหน้า

เอกสารหนึ่งอ้างถึงพยานของเอฟบีไอที่ไม่เปิดเผยตัว ซึ่งระบุว่าตนมีอายุราว 6–8 ปีในช่วงกลางทศวรรษ 1990 และถูกวางยาก่อนถูกพาไปยัง “งานปาร์ตี้ของขบวนการล่วงละเมิดเด็ก” ที่อดีตเจ้าชายแอนดรูว์เข้าร่วม พยานอ้างว่า ครั้งหนึ่งตนถูกรถที่ “เจ้าชายแอนดรูว์เป็นคนขับ” พุ่งชน และอีกเหตุการณ์หนึ่งถูก กิสเลน แมกซ์เวลล์ ซึ่งปัจจุบันรับโทษจำคุก 20 ปี มัดไว้กับโต๊ะและ “ทรมานด้วยไฟฟ้า” ขณะผู้ชายหลายคน รวมถึงอดีตเจ้าชาย ยืนดูอยู่

ก่อนหน้านี้ เจ้าชายแอนดรูว์ถูกกล่าวหาโดย เวอร์จิเนีย จุฟเฟร ว่าถูกเอปสตีนค้ามนุษย์เพื่อมาหาเขาในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ 2000 ขณะมีอายุ 17 ปี แม้แอนดรูว์จะยอมความนอกศาลในปี 2022 โดยไม่ยอมรับความผิด แต่กระแสตรวจสอบกลับมารุนแรงอีกครั้ง หลังบันทึกความทรงจำของจุฟเฟรที่ตีพิมพ์เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วบรรยายรายละเอียดการล่วงละเมิด ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายในเดือนเมษายน

รายงานยังระบุว่า อดีตเจ้าชายถูกควบคุมตัวชั่วคราวเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ในข้อหาประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่ หลังเอกสารเอปสตีนชี้ว่าเขาอาจเคยเปิดเผยข้อมูลอ่อนไหวในช่วงดำรงตำแหน่งทูตการค้าของสหราชอาณาจักรระหว่างปี 2001–2011 ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวในวันเดียวกัน โดยยังอยู่ระหว่างการสอบสวน และตำรวจไม่ได้กล่าวถึงข้อหาทางเพศหรือการค้ามนุษย์โดยตรง

การเปิดเผยเอกสารเอปสตีนระลอกล่าสุดจุดชนวนแรงสั่นสะเทือนทางการเมือง ธุรกิจ และแวดวงวิชาการทั่วโลก ขณะที่ มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย เคยกล่าวหาชาติตะวันตกว่าปกป้องเครือข่ายของเอปสตีน โดยชี้ว่าคดีนี้สะท้อน “ความหน้าซื่อใจคดของกระบวนการยุติธรรมแบบตะวันตก”