เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า เจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินและผู้กระทำผิดคดีล่วงละเมิดทางเพศที่เสียชีวิตในเรือนจำ มีความเชื่อมโยงกับหน่วยข่าวกรองระดับสูงของทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอล พร้อมยอมรับว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์สื่อสารต่อสาธารณะเกี่ยวกับเอกสารคดีเอปสตีนผิดพลาด
แวนซ์กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ในรายการ The Joe Rogan Experience ซึ่งมีความยาวกว่า 3 ชั่วโมงว่า
“เขามีความเชื่อมโยงกับคนระดับสูงสุดของหน่วยข่าวกรองอเมริกันอย่างชัดเจน และมีความเชื่อมโยงกับคนระดับสูงสุดของหน่วยข่าวกรองอิสราเอลอย่างชัดเจน”
รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวด้วยว่า เขาเป็น “หนึ่งในคนกลุ่มแรก ๆ ที่เชื่อทฤษฎีเกี่ยวกับเอปสตีน” และติดตามข้อสันนิษฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับคดีนี้มาโดยตลอด
เมื่อโจ โรแกน กล่าวถึงกระแสคาดเดาที่เชื่อมโยงเอปสตีนกับหน่วยข่าวกรองมอสสาดของอิสราเอล แวนซ์ตอบว่า
“ใช่ มอสสาด หรือซีไอเอ หรือหน่วยงานลับอื่น ๆ”
แวนซ์ยังกล่าวถึงความเชื่อมโยงของเอปสตีนกับอิสราเอล โดยระบุว่า เท่าที่เขาทราบ เอปสตีนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ “กลุ่มอำนาจภายในอิสราเอลที่อยู่ฝั่งกลางถึงซ้าย” มากกว่ากลุ่มฝ่ายขวา พร้อมกล่าวว่า เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ไม่ได้รับความนิยมมากนักในสหรัฐฯ ในเวลานี้
นอกจากนี้ แวนซ์ยังกล่าวถึงการจัดการเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีเอปสตีนของรัฐบาลทรัมป์ โดยยอมรับว่า การสื่อสารต่อสาธารณะเป็นความผิดพลาด
“เราจัดการเรื่องนี้ผิดพลาด โดยเฉพาะการสื่อสารเกี่ยวกับเอกสารคดีเอปสตีน”
เขาระบุว่า รัฐบาลควรเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดตั้งแต่ต้นโดยเร็วที่สุด พร้อมมองว่าปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการสื่อสารและการแสดงความเห็นเกินจริงของแพม บอนได อัยการสูงสุดในขณะนั้น
อย่างไรก็ตาม แวนซ์ยืนยันว่า ไม่มีเจตนาปกปิดข้อมูลหรือกระทำการโดยมิชอบ พร้อมปกป้องการเผยแพร่เอกสารในเวลาต่อมา และระบุว่าข้อตกลงรับสารภาพของเอปสตีนเมื่อปี 2008 คือ “บาปดั้งเดิม” ของคดีนี้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมด
แวนซ์ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างเอปสตีนกับเลส เว็กซ์เนอร์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน โดยตั้งข้อสังเกตว่า เอปสตีนอาจใช้แนวทางด้านภาษีที่ไม่เหมาะสมเพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับบุคคลอื่น
ขณะเดียวกัน เขาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างที่ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เคยถูกเอปสตีนใช้เป็นเครื่องมือต่อรองหรือข่มขู่ โดยระบุว่าแนวคิดดังกล่าว “ไร้สาระ”
Source: Roya News








