วันพฤหัสบดี (28 ก.พ. 69) นายพล อิบรอฮีม ญะบารี แกนนำระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์อัลมายาดีน ของเลบานอนระบุว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามมีความพร้อมเต็มที่ในการโจมตีฐานที่ตั้งและเรือของสหรัฐอเมริกา หากสถานการณ์ยกระดับมากกว่านี้

ญะบารีกล่าวว่า ความพร้อมดังกล่าวได้รับการยืนยันแล้วระหว่างการซ้อมรบครั้งล่าสุด ซึ่งมีการจำลองสถานการณ์โจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอย่างเป็นระบบ

เขายังระบุว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซ “กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้” โดยฝีมือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หลังจากอิหร่านตกเป็นเป้าการรุกราน พร้อมชี้ว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้โดยตรงต่อการโจมตีอิหร่าน

นายพลอิบรอฮีม ญะบารี เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หลังการโจมตีอิหร่านเกิดขึ้น ได้มีการยิงขีปนาวุธจากอิหร่านราว 1,200 ลูก ไปยังหลายทิศทางในทันที เพื่อแสดงศักยภาพในการตอบโต้และสร้างแรงกดดันต่อฝ่ายตรงข้ามในหลายแนวรบพร้อมกัน

อีกด้านหนึ่งสำนักข่าว รอยเตอร์ รายงานโดยอ้างคำให้สัมภาษณ์จากคณะผู้แทนทางทะเลของสหภาพยุโรป (อัสปิเดส) ระบุว่า เรือพาณิชย์หลายลำในภูมิภาคได้รับสัญญาณวิทยุ VHF จากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน ที่ระบุชัดเจนว่า “ห้ามเรือลำใดเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”

เจ้าหน้าที่รายหนึ่งซึ่งให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์โดยไม่ประสงค์ออกนาม กล่าวว่า อิหร่านยังไม่ได้ยืนยันคำสั่งดังกล่าวอย่างเป็นทางการ เตหะรานขู่มานานหลายปีแล้วว่าจะปิดกั้นเส้นทางน้ำแคบๆ นี้เพื่อตอบโต้การโจมตีใดๆ ต่อสาธารณรัฐอิสลาม

รอยเตอร์รายงานด้วยว่า อิหร่านระบุในจดหมายที่ส่งถึงสหประชาชาติว่า ฐานทัพ สิ่งอำนวยความสะดวก และทรัพย์สินทั้งหมดของสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาคนี้เป็น “เป้าหมายทางทหารที่ชอบด้วยกฎหมาย”

ในจดหมายฉบับเดียวกัน อิหร่านระบุว่าจะยังคงใช้สิทธิในการป้องกันตนเองต่อไป “จนกว่าการรุกรานจะยุติลงอย่างสมบูรณ์และชัดเจน”