รัฐบาลกาซาประกาศยุบคณะกรรมการฉุกเฉินและให้ประธานยื่นลาออก เพื่อเตรียมถ่ายโอนอำนาจบริหารไปยังคณะกรรมการเทคโนแครตปาเลสไตน์ที่สหรัฐฯ สนับสนุน ตามข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่สื่ออิสราเอลมองว่าเป็นเพียงมาตรการเชิงสัญลักษณ์

รัฐบาลกาซาประกาศเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ยุบคณะกรรมการฉุกเฉินซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลฉนวนกาซาที่ถูกปิดล้อม เพื่อเตรียมถ่ายโอนอำนาจไปยังคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อการบริหารกาซา หรือเอ็นซีเอจี (NCAG) ซึ่งเป็นคณะเทคโนแครตปาเลสไตน์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ

แถลงการณ์ระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อแสดงความจริงจังในการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และอำนวยความสะดวกต่อกระบวนการเปลี่ยนผ่านทางการบริหาร

สำนักงานสื่อรัฐบาลกาซาระบุว่า โมฮัมหมัด อัล-ฟาร์รา ประธานคณะกรรมการฉุกเฉิน ได้ตัดสินใจยื่นลาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศยุบคณะกรรมการฉุกเฉินของรัฐบาล

รัฐบาลกาซาย้ำว่า ข้าราชการและเจ้าหน้าที่พลเรือนทุกคนจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยถือเป็น “เจ้าหน้าที่สาธารณะซึ่งพร้อมทำงานภายใต้ความรับผิดชอบของคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อการบริหารกาซา”

แถลงการณ์ยังระบุว่า มาตรการทางธุรการที่จำเป็นสำหรับการส่งมอบอำนาจได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว

ฮาเซ็ม กอเซ็ม โฆษกฮามาส กล่าวว่า กลุ่มฮามาสได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการยุติบทบาทการบริหารฉนวนกาซา เพื่อไม่ให้อิสราเอลมีข้ออ้างในการเดินหน้าการโจมตีและสงครามที่เขาเรียกว่าเป็น “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”

“ฮามาสหวังให้คณะกรรมการแห่งชาติเพื่อการบริหารกาซาเข้ามาโดยเร็ว และยืนยันความพร้อมที่จะส่งมอบความรับผิดชอบด้านการบริหารแก่คณะกรรมการ เพื่อให้การทำงานประสบความสำเร็จ” กอเซ็มกล่าว

อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์เดอะ ไทมส์ ออฟ อิสราเอล รายงานว่า การดำเนินการดังกล่าวมีลักษณะ “เชิงสัญลักษณ์เป็นส่วนใหญ่” และแทบไม่มีผลในทางปฏิบัติ

เอ็นซีเอจีเป็นคณะกรรมการเทคโนแครตปาเลสไตน์ที่ได้รับการรับรองจากวอชิงตัน แต่ถูกปฏิเสธจากรัฐบาลอิสราเอล เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับองค์การบริหารปาเลสไตน์ หรือพีเอ (PA)

คณะกรรมการดังกล่าวมีอาลี ชาอัธเป็นประธาน แต่จนถึงขณะนี้ อิสราเอลยังไม่อนุญาตให้คณะกรรมการเดินทางเข้าสู่ฉนวนกาซาเพื่อเริ่มปฏิบัติหน้าที่

การให้เอ็นซีเอจีเข้ารับบทบาทบริหารกาซา เป็นส่วนหนึ่งของแผนสันติภาพสำหรับฉนวนกาซาที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เสนอเมื่อปี 2025 ซึ่งวางเงื่อนไขให้พีเอสามารถกลับมามีบทบาทในกาซาได้ หากดำเนินการปฏิรูปตามข้อกำหนด

อย่างไรก็ดี อิสราเอลคัดค้านแนวคิดดังกล่าวมาโดยตลอด สื่อภาษาฮีบรูรายงานเมื่อเดือนมกราคมว่า รัฐบาลเทลอาวีฟปฏิเสธไม่ให้คณะกรรมการดังกล่าวเข้าสู่กาซา เพื่อเตรียมเริ่มทำงานตามข้อตกลงเมื่อเดือนตุลาคม 2025

ข้อตกลงดังกล่าวยังนำไปสู่การจัดตั้ง “คณะกรรมการสันติภาพ” หรือบอร์ด ออฟ พีซ (Board of Peace) ภายใต้การนำของสหรัฐฯ แต่ฝ่ายวิจารณ์ระบุว่า คณะกรรมการนี้ยังไม่สามารถยุติสงครามในกาซาได้

ช่อง 12 ของอิสราเอลรายงานเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม โดยอ้างเจ้าหน้าที่อิสราเอลว่า รัฐบาลเทลอาวีฟคาดหวังให้คณะกรรมการสันติภาพที่สหรัฐฯ นำ ออกข้อวินิจฉัยภายใน 2-3 เดือนว่า ฮามาสละเมิดข้อตกลงหยุดยิงด้วยการปฏิเสธปลดอาวุธ

รายงานระบุว่า ข้อวินิจฉัยดังกล่าวอาจเปิดทางให้อิสราเอลกลับมาปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ของกาซาที่ยังไม่ได้อยู่ภายใต้การยึดครองของกองทัพอิสราเอล

ด้านสื่ออิสราเอลบางแห่งยังรายงานว่า ฮามาสกำลังเสริมกำลังและอาวุธอย่างรวดเร็ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารอิสราเอลอ้างกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดว่า ฮามาสยังมีความเข้มแข็งในพื้นที่ และไม่เต็มใจสละการควบคุมฉนวนกาซา

กลุ่มต่อต้านปาเลสไตน์ รวมถึงกองพลน้อยอัล-กอซซาม กองกำลังติดอาวุธของฮามาส ยังคงปฏิเสธเงื่อนไขปลดอาวุธตามแผนของทรัมป์ โดยฮามาสยืนยันว่า การหารือเรื่องอาวุธจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์อิสระ