สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่ช่วงเช้ามืดวันอังคาร เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า วอชิงตันกำลัง “นำการปิดล้อมอิหร่านกลับมาใช้” ในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีบาห์เรนและเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 8 ราย

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือเซนต์คอม ประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มการโจมตีอิหร่านอีกระลอก

“การโจมตีเหล่านี้จะยังคงสร้างต้นทุนอย่างหนักแก่กองกำลังอิหร่าน และลดทอนความสามารถของพวกเขาในการโจมตีพลเรือนผู้บริสุทธิ์และเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ” กองทัพสหรัฐฯ ระบุ

ไม่นานหลังการประกาศของกองทัพ ทรัมป์กล่าวถึงปฏิบัติการดังกล่าวว่าเป็น “การโจมตีครั้งใหญ่อีกครั้ง”

“เรากำลังโจมตีพวกเขาอย่างหนักมาก และมันจะดำเนินต่อไป แล้วเราจะดูว่าเกิดอะไรขึ้น” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ “เรากำลังทำลายขีดความสามารถในการโจมตีทั้งหมดของพวกเขา และเรากำลังควบคุมช่องแคบ เรากำลังนำการปิดล้อมกลับมา”

ทรัมป์ยังเปิดเผยรายละเอียดใหม่เกี่ยวกับแนวทางของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อาจเรียกเก็บเงินจากเรือซึ่งเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อแลกกับการคุ้มครองความปลอดภัย หลังจากก่อนหน้านี้เคยส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม

“เรากำลังปกป้องพื้นที่ส่วนหนึ่งของโลกที่ร่ำรวยมาก” ทรัมป์กล่าว “เรากำลังใช้เงิน ดังนั้น สิ่งที่เราทำคือ เราจะได้รับการชดเชยสำหรับการคุ้มครอง”

แนวทางดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐฯ ซึ่งจนถึงขณะนี้สนับสนุนให้ช่องแคบฮอร์มุซเปิดกว้างสำหรับทุกฝ่ายโดยไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง เช่นเดียวกับช่วงก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.

ความพยายามของสหรัฐฯ หรืออิหร่านในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ผ่านช่องแคบอาจขัดต่อบรรทัดฐานสากลด้านเสรีภาพในการเดินเรือ และเพิ่มความตึงเครียด ซึ่งอาจสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจออกไปไกลกว่าภูมิภาค

ทรัมป์ระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า “เรากำลังนำการปิดล้อมอิหร่านกลับมาใช้” พร้อมยืนยันว่า ประเทศอื่นๆ จะสามารถใช้ช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเป็นธรรมและเปิดกว้าง

ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า วอชิงตันจะได้รับ “การชดเชย” ในสัดส่วน 20% ของมูลค่าสินค้าที่ขนส่ง เพื่อช่วยครอบคลุม “ค่าใช้จ่ายใดๆ และทั้งหมดที่จำเป็นต่อการทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยและความมั่นคง”

กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า จะกลับมาปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนวันพุธตามเวลาท้องถิ่นในดูไบ

ขณะเดียวกัน อิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้ในหลายพื้นที่ทั่วตะวันออกกลาง หลังการโจมตีระลอกล่าสุดของสหรัฐฯ

กระทรวงกลาโหมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธร่อน 2 ลูกโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันมอมบาซาและอัล บาฮิยะห์ ในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้บนเรือทั้งสองลำ ก่อนเจ้าหน้าที่สามารถดับไฟได้

การโจมตีทำให้ชาวอินเดียเสียชีวิต 1 ราย ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บประกอบด้วยชาวอินเดีย 6 ราย และชาวยูเครน 2 ราย

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่านประกาศความรับผิดชอบต่อการโจมตีเรือทั้งสองลำ โดยระบุว่า เรือเหล่านี้ “เพิกเฉยต่อคำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

“พวกเขาเลือกเดินทางผ่านเขตทุ่นระเบิด และต่อมาจึงถูกโจมตีและทำให้ไม่สามารถปฏิบัติการได้” กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามระบุ

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตอบโต้ด้วยการเตือนว่า ขอสงวนสิทธิในการตอบโต้การยกระดับสถานการณ์ของอิหร่าน

“ยูเออีขอสงวนสิทธิอย่างเต็มที่ในการตอบโต้การยกระดับสถานการณ์ครั้งนี้ และดำเนินมาตรการทั้งหมดที่จำเป็นเพื่อปกป้องดินแดน พลเมือง และผู้พำนักอาศัย” กระทรวงกลาโหมระบุ

รายงานระบุว่า ยูเออีเคยใช้ถ้อยคำในลักษณะเดียวกันก่อนเปิดฉากโจมตีอิหร่านในช่วงสงคราม ขณะที่ช่วงเช้าวันอังคารสามารถได้ยินเสียงเครื่องบินขับไล่บินอยู่เหนือดูไบ

บาห์เรนตกเป็นเป้าการโจมตีระลอกใหม่ในช่วงเช้าวันอังคารเช่นกัน โดยเสียงไซเรนเตือนภัยขีปนาวุธดังขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ในช่วงเช้า และทางการเรียกร้องให้ประชาชนเข้าหาที่หลบภัย

ยังไม่มีรายงานทันทีเกี่ยวกับความเสียหายหรือผู้เสียชีวิตจากการโจมตี ขณะที่อิหร่านประกาศว่าได้ดำเนินการโจมตีบาห์เรนหลายระลอกในวันอังคาร

อิหร่านยังโจมตีจอร์แดน ซึ่งทางการอัมมานยืนยันว่า สามารถสกัดขีปนาวุธเหนือน่านฟ้าของประเทศได้ในช่วงเช้าวันอังคาร

การโจมตีระลอกใหม่เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เพื่อควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งในช่วงเวลาสงบเคยเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติราวหนึ่งในห้าของโลก

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์มาตรฐานพุ่งขึ้น 7.8% มาอยู่ที่ 81.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ยังต่ำกว่าระดับเกือบ 120 ดอลลาร์ในช่วงที่สงครามรุนแรงที่สุด แต่การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันกำลังสร้างความเสี่ยงต่อการเพิ่มต้นทุนทั่วโลก

ก่อนหน้านี้เมื่อวันจันทร์ ทรัมป์กล่าวกับฮิวจ์ ฮิววิตต์ พิธีกรวิทยุสายอนุรักษนิยมว่า ข้อตกลงที่บรรลุเมื่อเดือนที่แล้วถูก “สร้างขึ้นเพื่อทดสอบ” อิหร่าน

“เมื่อคุณต้องรับมือกับพวกเลวทราม ข้อตกลงก็ไม่ได้มีความหมายมากนัก” ทรัมป์กล่าว พร้อมเสริมว่า “พวกเขาไม่ผ่านบททดสอบ”

อิหร่านยืนยันว่า มีสิทธิบริหารจัดการการจราจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว ขณะที่สหรัฐฯ ปฏิเสธข้ออ้างดังกล่าว

กองทัพสหรัฐฯ และองค์การทางทะเลระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติพยายามจัดตั้งเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบตามแนวชายฝั่งโอมาน ซึ่งจะอยู่นอกการควบคุมของอิหร่าน แต่อิหร่านได้โจมตีเรือที่ใช้เส้นทางดังกล่าว โดยกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว

สหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการโจมตีอิหร่าน ก่อนนำไปสู่การโจมตีของอิหร่านต่อชาติอาหรับพันธมิตรของวอชิงตัน

การยิงตอบโต้กันในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเพิ่มข้อสงสัยต่ออนาคตของข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว โดยวอชิงตันเคยยกเลิกการปิดล้อมที่เริ่มขึ้นเมื่อกลางเดือนเมษายนตามข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งกำหนดให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดอย่างเต็มรูปแบบ

การกลับมาโจมตีอิหร่านและประกาศรื้อฟื้นการปิดล้อมของสหรัฐฯ ขณะที่เตหะรานขยายการตอบโต้ไปยังบาห์เรน เรือที่เกี่ยวข้องกับยูเออี และจอร์แดน กำลังทำให้ความขัดแย้งรอบช่องแคบฮอร์มุซกลับเข้าสู่การเผชิญหน้าครั้งใหม่

 

Source: AP, Arabnews