โมฮัมหมัด บาเกร์ กอลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านและหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสหรัฐฯ อยู่เสมอ พร้อมย้ำว่าการรักษา “ระเบียบการของอิหร่าน” ในช่องแคบฮอร์มุซเป็นองค์ประกอบสำคัญของความมั่นคงแห่งชาติ และจะไม่ยอมให้มีความพยายามบ่อนทำลายมาตรการดังกล่าว

สำนักข่าวอิร์นา (IRNA) รายงานว่า กอลิบาฟเผยแพร่สารถึงประชาชนชาวอิหร่านเมื่อค่ำวันพุธ (15 ก.ค.) โดยระบุว่าความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่านขึ้นอยู่กับการรักษา “ระเบียบการของอิหร่าน” (Iranian arrangements) ในช่องแคบฮอร์มุซ ควบคู่กับการรับประกันให้เรือพาณิชย์สามารถเดินเรือผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์แห่งนี้ได้อย่างปลอดภัย

เขากล่าวว่า อิหร่านได้ยืนยันจุดยืนดังกล่าวระหว่างการเจรจา และจะยืนหยัดต่อต้านทุกความพยายามที่มุ่งบ่อนทำลายมาตรการเหล่านี้

กอลิบาฟระบุว่า อิหร่านกำลังเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ ในความขัดแย้งที่ซับซ้อน โดยมองว่ายุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่มีต่ออิหร่านไม่เคยเปลี่ยนแปลง และมีเป้าหมายไม่เพียงทำให้อิหร่านอ่อนแอลง แต่ยังต้องการสร้างความแตกแยกภายในประเทศด้วย

ประธานรัฐสภาอิหร่านกล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ อิหร่านจึงต้องยึดมั่นในศักยภาพภายในประเทศ และดำเนินนโยบายทั้งในช่วงสงครามและการเจรจาบนพื้นฐานของความเป็นจริง ผลประโยชน์แห่งชาติ และมุมมองระยะยาว

กอลิบาฟอธิบายว่า ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเสาหลักของความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมระบุว่า ในช่วง “สงคราม 40 วัน” อิหร่านสามารถบังคับใช้มาตรการของตนในช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเหมาะสม แตกต่างจากช่วง “สงคราม 12 วัน” เนื่องจากความไม่มั่นคงในพื้นที่ดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงของอิหร่าน

เขากล่าวว่า หลังจาก “สงครามที่ถูกบังคับครั้งที่สาม” เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม กองทัพอิหร่านได้เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และระหว่างการเจรจา ประเด็นนี้ถูกบรรจุไว้ในมาตรา 5 ของข้อตกลง เพื่อใช้เป็นกลไกสนับสนุนการดำเนินการตามข้อกำหนดอื่น ๆ และคุ้มครองผลประโยชน์ของอิหร่าน

กอลิบาฟกล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อการดำเนินการตามข้อตกลงเริ่มต้นขึ้น สหรัฐฯ ซึ่งเขาระบุว่าขาดความชอบธรรมทั้งทางกฎหมายและการทูต กำลังพยายามใช้แรงกดดันและมาตรการทางการเมืองเพื่อลดทอน “ระเบียบการของอิหร่าน” ในช่องแคบฮอร์มุซ แต่อิหร่านจะยังคงยืนหยัดบนพื้นฐานของผลสำเร็จที่ได้มา

เขายังระบุว่า การที่ฝ่ายตรงข้ามเพิ่มแรงกดดัน เป็นความพยายามชดเชยความพ่ายแพ้ที่ผ่านมา แต่อิหร่านจะไม่ยอมให้ฝ่ายตรงข้ามบังคับหรือกำหนดเจตจำนงของตน

กอลิบาฟกล่าวว่า การเจรจาภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้หมายถึงการประนีประนอม แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การต่อต้านและการปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ พร้อมเตือนว่าการเลือกใช้เพียงแนวทางใดแนวทางหนึ่งถือเป็นความผิดพลาดเชิงยุทธศาสตร์

เขายังระบุว่า อิหร่านกำลังเผชิญหน้ากับมหาอำนาจทางวัตถุที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก จึงจำเป็นต้องตัดสินใจและดำเนินการอย่างรอบคอบ ซับซ้อน และมีความอดทน

กอลิบาฟย้ำด้วยว่า การตัดสินใจเรื่องสงครามและการเจรจาเป็นอำนาจของผู้นำสูงสุด ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพอิหร่าน พร้อมระบุว่าการปกป้องสิทธิของประชาชนอิหร่านและการบรรลุชัยชนะ ต้องอาศัยการปฏิบัติตามแนวทางของผู้นำสูงสุด โดยยึดหลักการต่อต้าน ความมีเหตุผล และการใช้ศักยภาพด้านการป้องกันประเทศและการทูตอย่างชาญฉลาด