Ynetnews สื่ออิสราเอล รายงานเมื่อวันที่ 19 ก.ค. ในหัวข้อ “รายงานที่ชาวอิสราเอลทุกคนควรอ่านก่อนเดินทางไปต่างประเทศ” โดยอ้างข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลว่า ชาวอิสราเอลในต่างประเทศร้องขอความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน หลังเผชิญเหตุซึ่งทางการอิสราเอลจัดว่าเป็น “การต่อต้านชาวยิว” ขณะที่ไทยมีคำร้องขอความช่วยเหลือ 347 กรณี มากเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

กระทรวงอิสราเอลชี้ “ปรากฏการณ์ที่ไม่เคยพบมาก่อน”

ตามรายงานของ Ynetnews กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลระบุว่า ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2025 ถึงเดือนกรกฎาคม 2026 มีชาวอิสราเอล 45 ราย ติดต่อขอความช่วยเหลือจากกรมช่วยเหลือชาวอิสราเอลในต่างประเทศ หลังเผชิญเหตุที่กระทรวงจัดว่าเป็น “การต่อต้านชาวยิว”

เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวแทบไม่ปรากฏในช่วงหลายปีก่อน และสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงที่เปลี่ยนแปลงไปซึ่งชาวอิสราเอลทั่วโลกต้องเผชิญนับตั้งแต่เกิดสงคราม

เหตุการณ์ที่มีการรายงาน ได้แก่ การทำร้ายร่างกาย การถ่มน้ำลาย ด่าทอ ปฏิเสธให้บริการ และถูกไล่ออกจากโรงแรม ร้านอาหาร และร้านกาแฟ รวมทั้งกรณีที่ชาวอิสราเอลระบุว่ารู้สึกถูกคุกคาม

เอลี ยิฟราห์ รองอธิบดีฝ่ายกงสุลของกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล กล่าวว่า “ตลอดปีที่ผ่านมา เราพบปรากฏการณ์ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือชาวอิสราเอลจำนวนมากติดต่อขอความช่วยเหลือหลังเผชิญเหตุการณ์ที่เป็นการต่อต้านชาวยิวระหว่างพำนักในต่างประเทศ”

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลยังเปิดเผยสรุปผลการดำเนินงานของกรมช่วยเหลือชาวอิสราเอลในต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูตทั่วโลก โดยข้อมูลครอบคลุมช่วงเดือนมกราคมถึงกลางเดือนกรกฎาคม 2026 รวมทั้งข้อมูลสะสมในรอบปีที่ผ่านมา

คำร้องขอความช่วยเหลือกว่า 3,600 กรณี ไทยมากเป็นอันดับ 2

กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลเปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกลางเดือนกรกฎาคม 2026 ศูนย์ปฏิบัติการของกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลส่งต่อคำร้องขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับชาวอิสราเอลในต่างประเทศ 3,611 กรณี

ในจำนวนนี้ 1,825 กรณี เกี่ยวข้องกับเหตุฉุกเฉินจากปฏิบัติการ “Lion’s Roar” ส่วนที่เหลือเป็นคำร้องทั่วไป ผู้สูญหาย ผู้ถูกควบคุมตัว เหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ เอกสารเดินทางสูญหาย และอุบัติเหตุ

ประเทศที่มีคำร้องขอความช่วยเหลือมากที่สุด ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 615 กรณี ตามด้วยไทย 347 กรณี กรีซ 206 กรณี สหรัฐฯ 202 กรณี อิตาลี 181 กรณี และจอร์เจีย 166 กรณี

ยิฟราห์กล่าวอีกว่า ตัวเลขในปี 2026 สะท้อนให้เห็นถึงจำนวนชาวอิสราเอลที่เดินทางไปต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่ซับซ้อนนับตั้งแต่เกิดสงคราม

เขากล่าวว่า เหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ รวมถึงปฏิบัติการ “Lion’s Roar” และวิกฤตการณ์ระดับภูมิภาคอื่นๆ ส่งผลให้จำนวนคำร้องขอและกรณีความช่วยเหลือที่กระทรวงต้องจัดการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ระบุว่า กระแสความเป็นปฏิปักษ์ต่อชาวอิสราเอล รวมถึงเหตุการณ์ที่ทางการอิสราเอลจัดว่าเป็น “การต่อต้านชาวยิว” ในต่างประเทศเพิ่มขึ้น

ยิฟราห์กล่าวว่า “ในหลายประเทศ มีรายงานว่าชาวอิสราเอลถูกระบุตัวจากอัตลักษณ์หรือสัญลักษณ์ความเป็นอิสราเอล ก่อนถูกคุกคาม ข่มขู่ และแม้กระทั่งทำร้ายร่างกาย” พร้อมระบุว่า สถานทูตและสถานกงสุลได้ให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย รวมถึงประสานงานกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตามความเหมาะสมของแต่ละกรณี

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลเปิดเผยว่า ตลอดปีที่ผ่านมา สถานทูตและสถานกงสุลทั่วโลกดำเนินภารกิจด้านกงสุลกว่า 375,000 ครั้ง ออกเอกสารเดินทางกว่า 80,900 ฉบับ และช่วยดำเนินการส่งศพชาวอิสราเอลกลับประเทศเพื่อประกอบพิธีฝังกว่า 1,600 ราย

หมายเหตุจากเดอะพับลิกโพสต์: ตัวเลข 347 กรณีของไทย เป็นจำนวนคำร้องขอความช่วยเหลือจากชาวอิสราเอลในทุกประเภท ไม่ใช่จำนวนเหตุคุกคามหรือเหตุการณ์ที่กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลจัดว่าเป็น “การต่อต้านชาวยิว” เนื่องจากรายงานต้นฉบับไม่ได้แยกสถิติเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นรายประเทศ