โซห์ราน มามดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ยอมรับว่าเมืองนิวยอร์กไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการจับกุมนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ตามหมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) แต่เรียกร้องให้รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เป็นผู้ดำเนินการ หากเนทันยาฮูเดินทางเยือนนครนิวยอร์กเพื่อร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในเดือนกันยายน
มามดานีกล่าวในวิดีโอที่เผยแพร่บนแพลตฟอร์มโซเชียล เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม โดยเรียกเนทันยาฮูว่า “อาชญากรสงคราม” และ “ผู้บงการการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อันน่าสยดสยองต่อชาวปาเลสไตน์”
ในวิดีโอ มามดานียังกล่าวหาเนทันยาฮูว่า ต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของชาวปาเลสไตน์มากกว่า 73,000 คน ทำให้เด็กหลายหมื่นคนพิการ และทำให้ผู้รอดชีวิตจำนวนมากต้องถูกตัดแขนขาโดยไม่ได้รับยาชา พร้อมกล่าวหาว่า อิสราเอลมุ่งเป้าโจมตีโรงพยาบาลสำหรับทารกแรกเกิดและศูนย์ดูแลแม่และเด็ก รวมถึงปิดกั้นการส่งอาหารและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ตลอดจนสังหารเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์และผู้สื่อข่าว
มามดานีกล่าวอ้างถึงรายงานขององค์การสหประชาชาติว่า
“เมื่อเดือนที่แล้ว องค์การสหประชาชาติยืนยันว่า เด็กชาวปาเลสไตน์ยังคงถูกกองกำลังติดอาวุธของอิสราเอลจงใจสังหารอย่างต่อเนื่อง แม้จะผ่านไปกว่าแปดเดือนแล้วนับตั้งแต่มีการหยุดยิง”
พร้อมกล่าวว่า
“ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในขณะที่พวกเราชาวอเมริกันจ่ายเงินเพื่อซื้อระเบิดที่ถูกใช้ในการสังหาร การที่ศาลอาญาระหว่างประเทศออกหมายจับเขา ย่อมเกิดจากเหตุผลบางอย่าง”
มามดานีกล่าวว่า เขาเชื่อว่าหมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศที่ออกให้แก่เนทันยาฮูในข้อหาอาชญากรรมสงครามนั้นมีความชอบธรรม แต่ยอมรับว่าเขาไม่มีอำนาจทางกฎหมายที่จะบังคับใช้หมายจับดังกล่าว
“รัฐบาลของผมได้พิจารณาทุกช่องทางตามกฎหมายแล้วว่า นครนิวยอร์กสามารถบังคับใช้หมายจับของ ICC ได้หรือไม่ หากเบนจามิน เนทันยาฮู เดินทางมาที่นี่ แต่ข้อสรุปชัดเจนว่า เราไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะบังคับใช้หมายจับดังกล่าว” มามดานีกล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ยอมรับว่ารัฐบาลท้องถิ่นไม่มีอำนาจดำเนินการ แต่มามดานีเรียกร้องให้รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เป็นผู้ดำเนินการแทน
“รัฐบาลกลางมีอำนาจ และผมขอเรียกร้องให้เข้าร่วมศาลอาญาระหว่างประเทศ และดำเนินการตามหมายจับนี้”
เขายังเสริมว่า
“และผมขอเน้นย้ำให้ชัดเจนเช่นกันว่า เบนจามิน เนทันยาฮู ไม่เป็นที่ต้อนรับในนครนิวยอร์ก เช่นเดียวกับอาชญากรสงครามคนอื่นๆ ที่ยังลอยนวล แม้เราจะไม่อาจยุติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้ด้วยตัวเอง แต่เราสามารถเลือกได้ว่าจะไม่ปล่อยให้ความเงียบกลายเป็นอีกหนึ่งอาวุธ”
มามดานีออกแถลงการณ์ดังกล่าว หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเขากล่าวว่ากำลังพิจารณาว่ามีอำนาจจับกุมเนทันยาฮูได้หรือไม่หากเดินทางมายังนครนิวยอร์ก หลังจากที่เขาเคยให้คำมั่นว่าจะทำเช่นนั้นในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมื่อปีที่แล้ว
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตอบโต้ว่า เนทันยาฮู “จะไม่ถูกจับกุมบนแผ่นดินสหรัฐฯ ไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม” พร้อมระบุว่า ผู้นำอิสราเอลกำลังต่อสู้กับอิหร่าน และกล่าวว่าผู้ที่ควรถูกจับกุมคือผู้ที่นำอิหร่านเข้าสู่ “วงจรแห่งความตายและการทำลายล้างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”
ขณะที่เนทันยาฮูกล่าวว่า เขา “ไม่กังวล” กับคำกล่าวของมามดานี ส่วนแดนนี ดานอน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ วิจารณ์ว่า คำแถลงดังกล่าวเป็น “ละครการเมือง” และไม่มีพื้นฐานทางกฎหมาย
ศาลอาญาระหว่างประเทศออกหมายจับเนทันยาฮูและโยอาฟ กัลแลนต์ อดีตรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล เมื่อปี 2024 ในข้อหาก่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติจากสงครามในฉนวนกาซา อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ไม่ได้เป็นภาคีธรรมนูญกรุงโรมซึ่งจัดตั้ง ICC และไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลของศาลแห่งนี้ ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่มีพันธกรณีทางกฎหมายที่จะต้องปฏิบัติตามหมายจับดังกล่าว แม้ว่าหลายประเทศสมาชิก ICC จะประกาศว่าพร้อมบังคับใช้หมายจับหากเนทันยาฮูเดินทางเข้าประเทศของตนก็ตาม.
ชมคลิปแถลง
https://www.facebook.com/share/v/1HuyKY6Zjd/








