พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขออย่าใช้คำว่า “ไล่ล่า” ในการกล่าวถึงผู้ก่อเหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่าเป็น “คนไทยที่มีความเห็นต่าง” ซึ่งต้องใช้กระบวนการพูดคุยสันติสุขควบคู่กับการดำเนินมาตรการด้านความมั่นคง

พล.ท.อดุลย์ ให้สัมภาษณ์ (23 ก.ค.) ภายหลังหารือกับ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ถึงสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงซ้ำอีก

เมื่อถูกถามถึงกรณี พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ประกาศว่าจะเป็น “ผู้ล่า” ในการติดตามผู้ก่อเหตุ พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องหารือกันถึงแนวคิดในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ซึ่งอาจมีมุมมองที่แตกต่างกัน พร้อมระบุว่านายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตนลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ในวันที่ 24 ก.ค. ติดภารกิจต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีน

เมื่อถูกถามว่าถึงเวลาที่เจ้าหน้าที่ต้อง “ไล่ล่า” ผู้ก่อเหตุแล้วหรือไม่ พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า “อย่าเรียกว่าไล่ล่า คนไทยที่มีความเห็นต่าง จะต้องมาพูดคุยกัน” พร้อมย้ำว่ารัฐยังมีกลไกการพูดคุยสันติสุข รวมถึงกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า ตนจะลงพื้นที่พร้อมหัวหน้าคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อหารือถึงข้อบกพร่องและแนวทางปรับปรุงการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ส่วนกระแสข่าวที่เชื่อมโยงเหตุการณ์ความไม่สงบกับการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร โดยเฉพาะตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ยังไม่ควรนำทั้งสองเรื่องมาเชื่อมโยง และขอให้ผู้บัญชาการในพื้นที่มีสมาธิกับการปฏิบัติหน้าที่เพื่อสร้างความปลอดภัยและติดตามผู้ก่อเหตุ หลังเกิดเหตุความสูญเสีย

สำหรับการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ยังไม่ถึงช่วงเวลาพิจารณา และเป็นอำนาจของผู้บัญชาการเหล่าทัพที่จะหารือร่วมกันในเวลาที่เหมาะสม