เกือบ 3 เดือนหลังเหตุคนร้ายบุกจุดตรวจรักษาความปลอดภัยในงานเลี้ยงประจำปีของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2026 จนงานต้องยุติลงกลางคัน งานดังกล่าวจึงกลับมาจัดขึ้นอีกครั้งใน วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม ที่โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. พร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่าเดิม และภายใต้ความสัมพันธ์อันตึงเครียดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับสื่อมวลชนที่ยิ่งร้าวลึกกว่าเดิม

“เรามาทำอะไรกันที่นี่? งานนี้ควรจะสนุกหรือเปล่า?”

นั่นคือคำถามแรกที่โดนัลด์ ทรัมป์ โยนขึ้นบนเวทีงานเลี้ยงประจำปีของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว ก่อนจะถามต่อว่า” ผมควรพูดจริงจัง หรือควรเป็นนักแสดงตลก?”

สำหรับ ฌอน แมคครีช ผู้สื่อข่าว เดอะนิวยอร์กไทมส์ (NYT) ซึ่งอยู่ในห้องจัดเลี้ยงคืนนั้น มองว่า คำถามเปิดของทรัมป์สะท้อนบรรยากาศของทั้งค่ำคืนได้ดีที่สุด เพราะประธานาธิบดีที่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเปิดศึกกับสื่อ กลับต้องขึ้นเวทีในงานที่จัดขึ้นเพื่อยกย่องผู้สื่อข่าว

รายงานของ ฌอน แมคครีช บรรยายว่า ช่วงแรกของสุนทรพจน์ ทรัมป์พยายามทำให้ค่ำคืนนี้ดูผ่อนคลาย เขาเล่าเรื่องรัฐบาล พูดถึงสงครามกับอิหร่าน หยอกล้อถึงห้องบอลรูมแห่งใหม่ของทำเนียบขาว

มีบางช่วงที่เขาหันไปพูดอย่างเป็นมิตรกับผู้สื่อข่าวหลายร้อยคนในห้องจัดเลี้ยง แต่ช่วงเวลาเช่นนั้นเกิดขึ้นเพียงไม่นาน ก่อนบรรยากาศจะกลับไปสู่ความตึงเครียดอีกครั้ง

เดอะนิวยอร์กไทมส์ ชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งของค่ำคืนนี้ เพราะประธานาธิบดีคนเดียวกัน เพิ่งเรียกร้องเมื่อสัปดาห์ก่อนให้เพิกถอนใบอนุญาตออกอากาศของ NBC และ ABC โดยกล่าวหาว่าเป็น “สื่อปลอม

ในงานเดียวกัน ผู้ร่วมงานถูกเชิญให้ปรบมือให้ผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงกลาโหม ขณะที่ พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม ซึ่งนั่งอยู่ในห้องนั้น กำลังผลักดันมาตรการจำกัดการทำงานของผู้สื่อข่าวในเพนตากอน

อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือ ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับเดอะนิวยอร์กไทมส์ หลังรัฐบาลออกหมายเรียกข้อมูลบันทึกโทรศัพท์และคำให้การของคณะลูกขุนใหญ่จากผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์ ซึ่งรายงานข่าวเกี่ยวกับข้อกังวลด้านความมั่นคงของเครื่องบิน “แอร์ฟอร์ซวัน” (Air Force One ลำใหม่ที่กาตาร์มอบให้ทรัมป์

หนังสือพิมพ์มองว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นความพยายามข่มขู่สื่อ และยื่นฟ้องต่อศาล ก่อนที่รัฐบาลจะถอนหมายเรียกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์กวิจารณ์กระทรวงยุติธรรมถึงการดำเนินคดีดังกล่าว โดยหนึ่งในผู้สื่อข่าวที่ตกเป็นเป้าหมาย คือ ไทเลอร์ เพเจอร์ ยังขึ้นรับรางวัลบนเวทีในคืนเดียวกัน

รายงานระบุว่า ทรัมป์ลุกขึ้นจับมือกับผู้สื่อข่าวหลายคนที่ขึ้นรับรางวัล รวมถึงผู้ที่ได้รับรางวัลจากการรายงานข่าวทำเนียบขาวอย่างเข้มข้น

หนึ่งในช่วงที่ เดอะนิวยอร์กไทมส์ บรรยายว่าอึดอัดที่สุด คือการมอบรางวัลให้ทีมผู้สื่อข่าว เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) จากการรายงานความสัมพันธ์ในอดีตระหว่างทรัมป์กับเจฟฟรีย์ เอปสตีน

เมื่อผู้ดำเนินรายการกล่าวบนเวทีว่า หลังข่าวดังกล่าวเผยแพร่ ทรัมป์ยื่นฟ้องหนังสือพิมพ์เป็นเงิน 20,000 ล้านดอลลาร์ เปิดเผยที่อยู่ของผู้สื่อข่าวหญิงรายหนึ่งจนต้องย้ายที่พัก และยังสั่งห้ามทีมข่าว WSJ ขึ้นเครื่อง “แอร์ฟอร์ซวัน”

ระหว่างทีมผู้สื่อข่าวขึ้นรับรางวัล ทรัมป์เพียงยกมือทั้งสองข้างขึ้นราวกับจะบอกว่า “จะให้ทำอย่างไรได้”

ตามรายงานของ เดอะนิวยอร์กไทมส์ ทั้งห้องตอบสนองด้วยเสียงหัวเราะแบบฝืนๆ มากกว่าจะเป็นเสียงหัวเราะจากความขบขัน

หลังจากนั้น เวทีค่อยๆ เปลี่ยนจากงานเลี้ยง เป็นเวทีปราศรัย

ทรัมป์หันไปโจมตีนักการเมืองและบุคคลสาธารณะหลายคน พร้อมกล่าวตรงๆ ว่า “ผมเกลียดบางคน”

ผู้สื่อข่าวของ เดอะนิวยอร์กไทมส์ บรรยายว่า ยิ่งสุนทรพจน์ดำเนินต่อไป ผู้คนในห้องก็ยิ่งตอบสนองน้อยลง มุกตลกหลายช่วงตกลงในความเงียบ และดูเหมือนทรัมป์เองก็เริ่มรู้ว่า บรรยากาศในห้องไม่เป็นอย่างที่เขาคาดหวัง

เมื่อมุกหนึ่งไม่ได้รับเสียงหัวเราะ เขาถึงกับพูดออกมาบนเวทีว่า นั่นคือมุกที่ดีที่สุดของสุนทรพจน์ครั้งนี้ แต่กลับไม่มีใครหัวเราะ ก่อนจะยกแขนขึ้นอย่างหมดอารมณ์ ซึ่งกลายเป็นช่วงที่เรียกเสียงหัวเราะได้มากที่สุดเสียเอง

ท้ายที่สุด ทรัมป์หยิบหมวกสีแดงขึ้นมาสวม หมวกใบนั้นปักคำว่า “Trump 2028”

เดอะนิวยอร์กไทมส์ ไม่ได้ปิดเรื่องด้วยคำอธิบายถึงบรรยากาศในห้อง หากเลือกจบด้วยภาพเพียงไม่กี่ภาพ

บางคนปรบมือ

บางคนหัวเราะ

แต่ผู้สื่อข่าวส่วนใหญ่ เพียงนั่งมองตรงไปข้างหน้า.