เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า แม้อิหร่านยังคงแลกเปลี่ยนข้อความกับสหรัฐฯ แต่ขณะนี้ยังไม่มีเงื่อนไขสำหรับการเจรจา เนื่องจากวอชิงตันได้บ่อนทำลายกระบวนการทางการทูตด้วยการใช้กำลังทหาร พร้อมย้ำว่าภารกิจอันดับแรกของเตหะรานในเวลานี้คือการปกป้องอธิปไตยของประเทศ
บาเกอีกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ ORF ของออสเตรียว่า อิหร่านยังคงแลกเปลี่ยนข้อความกับสหรัฐฯ แต่สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือการปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และประชาชนของอิหร่าน มากกว่าการเปิดการเจรจา
เขากล่าวหาว่าสหรัฐฯ ทำลายความพยายามทางการทูตมาโดยตลอด พร้อมระบุว่าการโจมตีทางทหารล่าสุดเป็นส่วนหนึ่งของ “สงครามที่ผิดกฎหมาย” ต่ออิหร่าน และสะท้อนว่าวอชิงตันไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีที่เคยมีต่อเตหะราน
สำหรับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ บาเกอีกล่าวว่า อิหร่านได้ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยของการเดินเรือระหว่างประเทศมาโดยตลอด แต่จะไม่ยอมให้เส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์แห่งนี้ถูกใช้เป็นฐานคุกคามความมั่นคงของประเทศ พร้อมกล่าวหาสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าเป็นต้นเหตุของความตึงเครียดในภูมิภาค
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยังกล่าวว่า ประเทศยุโรปไม่สามารถปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 (JCPOA) หลังสหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลง พร้อมระบุว่า ยุโรป “เป็นหนี้อิหร่านอย่างมาก” จากการละทิ้งพันธกรณีของตน
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ขณะที่เตหะรานตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพและยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ ในหลายประเทศของภูมิภาค รวมถึงบาห์เรน จอร์แดน และคูเวต
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าบันทึกความเข้าใจกับอิหร่าน “สิ้นสุดลงแล้ว” โดยกล่าวหาเตหะรานละเมิดข้อตกลง หลังเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ และเกิดข้อพิพาทครั้งใหม่เกี่ยวกับกฎการเดินเรือในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ Axios รายงานเมื่อวันเสาร์ โดยอ้างแหล่งข่าวว่า ทรัมป์ได้สั่งกองทัพสหรัฐฯ ไม่ให้เปิดการโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม เป็นการยุติการโจมตีต่อเนื่องเกือบสองสัปดาห์








