หากย้อนเวลากลับไปเมื่อกลางปี 2563 คงมีไม่กี่คนเชื่อว่า งานเทศกาลอาหารฮาลาลในศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง จะค่อยๆ พัฒนาจนกลายเป็น “ฮาลาลมหานคร” งานที่เติบโตจากเทศกาลอาหาร สู่พื้นที่ที่ผสมผสานอาหาร วัฒนธรรม และเรื่องราวของโลกมุสลิมไว้ด้วยกัน
ตลอดระยะเวลาหกปีที่ผ่านมา ฮาลาลมหานครค่อยๆ เปลี่ยนจากเทศกาลอาหารสู่ “Halal Experience” หรือเมืองฮาลาลแห่งประสบการณ์ ผ่านการออกแบบพื้นที่ที่ให้ผู้คนได้สัมผัสทั้งอาหาร วิถีชีวิต ศิลปะ และเรื่องราวของโลกมุสลิม จนกลายเป็นหนึ่งในงานด้านฮาลาลที่มีเอกลักษณ์ของประเทศไทย
เบื้องหลังการเดินทางครั้งนั้น ถูกบันทึกไว้ใน History of Halal Mahanakhon โดย ดร.บัญญัติ ทิพย์หมัด ผู้ร่วมริเริ่มโครงการ ซึ่งถ่ายทอดทั้งจุดเริ่มต้น อุปสรรค และแนวคิดที่หล่อหลอมให้งานเติบโตมาจนถึงปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นจากคำแนะนำเพียงประโยคเดียว
ดร.บัญญัติ ระบุว่า เรื่องราวทั้งหมดเริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน 2563 เมื่อผู้บริหารศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ต้องการยกระดับงานอาหารฮาลาลให้ก้าวสู่เวทีระดับประเทศ จึงเข้าปรึกษา คุณสามารถ มะลูลีม ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งประธานศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย
คำตอบของคุณสามารถในวันนั้น กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงการ
“ผู้จัดงานอาหารฮาลาลในประเทศไทยที่มีความเป็นมืออาชีพ คือ มุสลิมไทยโพสต์ ติดต่อคุณบัญญัติ ทิพย์หมัดได้ ผมรับประกันผลงาน”
คำแนะนำดังกล่าวนำไปสู่การประชุมครั้งแรกระหว่างผู้บริหารซีคอนสแควร์กับทีมมุสลิมไทยโพสต์ ก่อนขยายความร่วมมือไปยังสมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม (TMTA) เพื่อร่วมกันออกแบบงานฮาลาลรูปแบบใหม่ ซึ่งไม่ได้มุ่งเป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่ต้องการสร้างพื้นที่ที่สะท้อนศักยภาพของเศรษฐกิจฮาลาลไทย

โจทย์แรกที่ยากที่สุด…หาร้านค้าให้ครบ
แต่เมื่อแนวคิดเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ทีมผู้จัดกลับพบโจทย์ที่ยากกว่าการออกแบบเวทีหรือกิจกรรม
จะหาร้านค้ามาจากไหน
ดร.บัญญัติ ระบุว่า ในเวลานั้นผู้ประกอบการมุสลิมที่มีความพร้อมจะเข้าสู่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่มีเพียงประมาณ 10 แบรนด์ ขณะที่พื้นที่จัดงานรองรับร้านค้ากว่า 50 ร้าน
ทีมงานจึงต้องลงพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อค้นหาร้านอาหาร พูดคุย ชักชวน ให้คำปรึกษา และสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการจำนวนมากก้าวเข้าสู่ตลาดค้าปลีกสมัยใหม่เป็นครั้งแรก
ระหว่างเตรียมงาน ทีมผู้บริหารซีคอนสแควร์ได้กล่าวประโยคหนึ่ง ซึ่ง ดร.บัญญัติ ระบุว่า เป็นแรงผลักดันสำคัญของทีมงานทุกคน
“มุสลิมไทยโพสต์ต้องปั้นร้านค้าให้มีพลัง และทำให้ผู้ประกอบการเห็นโอกาสของอนาคต”
ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ เขายอมรับว่าความกดดันในเวลานั้นมีอยู่ไม่น้อย แต่มีสองประโยคที่ย้ำกับทีมงานอยู่เสมอ
“เราเสียชื่อเสียงและความไว้วางใจไม่ได้”
ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยประโยคที่กลายเป็นเป้าหมายร่วมของทุกคน
“ถ้าเราไม่ทำให้สำเร็จในวันนี้ แล้วใครจะทำ เราจะสร้างต้นแบบให้ประเทศไทยเห็นให้ได้”
จากเทศกาลอาหาร สู่ต้นแบบงานฮาลาลยุคใหม่
ความพยายามดังกล่าวนำไปสู่การจัดงาน HALAL FOOD AND THAI DESSERTS หรือ “เทศกาลอาหารฮาลาลและขนมไทย” ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม–6 กันยายน 2563
งานครั้งนั้นได้รับการตอบรับเกินความคาดหมาย ทั้งจากผู้ประกอบการและประชาชน จนกลายเป็นต้นแบบของการจัดงานฮาลาลในศูนย์การค้าสมัยใหม่ พร้อมเปิดประตูให้ผู้ประกอบการมุสลิมจำนวนมากก้าวเข้าสู่ตลาดค้าปลีกสมัยใหม่อย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้งานต้องหยุดลงในปี 2564
แทนที่จะปล่อยให้ช่วงเวลาดังกล่าวผ่านไป ทีมผู้จัดกลับใช้โอกาสนี้ทบทวนบทเรียนทั้งหมด และตั้งคำถามว่างานฮาลาลควรเป็นมากกว่าเทศกาลอาหารได้หรือไม่

จุดกำเนิดของ “ฮาลาลมหานคร”
คำตอบเกิดขึ้นในปี 2565 พร้อมชื่อใหม่ “ฮาลาลมหานคร”
ดร.บัญญัติ ระบุว่า ชื่อนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากคำว่า “กรุงเทพมหานคร” แต่ต้องการสื่อความหมายที่กว้างกว่าเมืองหลวงของประเทศ
“หากกรุงเทพมหานครคือเมืองหลวงของประเทศไทย ‘ฮาลาลมหานคร’ ก็ควรเป็นเมืองฮาลาล ที่ผู้คนสามารถเดินทางเข้ามาสัมผัสอาหาร วัฒนธรรม ความศรัทธา และวิถีชีวิตของโลกมุสลิมได้ในพื้นที่เดียว”
แนวคิดดังกล่าวกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของงาน จากเดิมที่เน้นการจำหน่ายอาหาร สู่การสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงอาหาร วัฒนธรรม ศิลปะ สถาปัตยกรรม การท่องเที่ยว และอารยธรรมของโลกมุสลิมเข้าด้วยกัน
ธีมของงานในแต่ละปีจึงค่อยๆ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การจำลองมัสยิดและสถาปัตยกรรมอิสลาม เมืองทะเลทราย ไปจนถึงอารยธรรมการค้าบนเส้นทางสายไหม สะท้อนแนวคิด Halal Experience ที่ทำให้ผู้เข้าชมไม่ได้เพียงมารับประทานอาหาร แต่ได้เรียนรู้เรื่องราวของโลกมุสลิมผ่านประสบการณ์จริง
ก้าวสู่ปีที่ 6
ปี 2569 ฮาลาลมหานครจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 22 กรกฎาคม–2 สิงหาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “PETRA อร่อยเหนือกาลเวลา – The Lost Caravan of Petra” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากนครเพตรา ประเทศจอร์แดน ถ่ายทอดเรื่องราวของเส้นทางคาราวานการค้าโบราณที่เชื่อมโยงอาหาร เครื่องเทศ และอารยธรรมของโลกมุสลิม
การจัดงานในปีนี้อยู่ภายใต้การนำของ นายฮามิต อับดุลสลาม (ดำรงศักดิ์ อับดุลสลาม) นายกสมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม (TMTA)
สำหรับ ดร.บัญญัติ การเดินทางของฮาลาลมหานครตลอดหกปี ไม่ได้สะท้อนเพียงความสำเร็จของงานหนึ่งงาน หากยังสะท้อนการเติบโตของผู้ประกอบการฮาลาลไทย และความพยายามผลักดันให้อาหารและวัฒนธรรมมุสลิมเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ
จากบทสนทนาเล็กๆ ในปี 2563 วันนี้ “ฮาลาลมหานคร” ได้เติบโตเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และสังคมไทยเข้าด้วยกัน ผ่านอาหาร วัฒนธรรม และประสบการณ์ร่วม พร้อมกลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฮาลาลไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา








