สหภาพแรงงานใหญ่ที่สุดของไอร์แลนด์ (SIPTU) เรียกร้องให้สมาคมฟุตบอลไอร์แลนด์ (FAI) และทีมชาติไอร์แลนด์คว่ำบาตรการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก กับทีมชาติอิสราเอล พร้อมชูแบนเนอร์ “Stop the Game” (หยุดเกมนี้) บนอาคารลิเบอร์ตี ฮอลล์ ใจกลางกรุงดับลิน เพื่อประท้วงสงครามในฉนวนกาซา

ในการเปิดตัวแคมเปญ เกร็ก เอนนิส รองเลขาธิการ SIPTU วิจารณ์ทั้งสมาคมฟุตบอลไอร์แลนด์และรัฐบาลไอร์แลนด์ว่า กำลังผลักนักเตะทีมชาติให้อยู่ในสถานการณ์ที่ “กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” พร้อมเรียกร้องให้นักเตะปฏิเสธการลงสนามพบอิสราเอล

“ในชีวิตนี้มีสิ่งสำคัญกว่าการเก็บ 6 แต้มจากสองนัดในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก กับอิสราเอล” เอนนิสกล่าว โดยชี้ตรงไปยังปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซา

“กองทัพอิสราเอล (IDF) ต้องรับผิดชอบต่อการจงใจโจมตีและสังหารเด็ก ทีมฟุตบอลอิสราเอลประกอบด้วยทหารผ่านศึกและทหารกองหนุนของ IDF รัฐบาลอิสราเอลต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 74,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเด็ก 21,000 คน”

เอนนิสเน้นย้ำว่า การแข่งขันกับทีม ‘อิสราเอล’ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับการฟอกขาวอาชญากรรมร้ายแรงต่อมนุษยชาติผ่านกีฬา

“ทีมฟุตบอลไอร์แลนด์ต้องไม่ยอมให้อิสราเอลใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการฟอกขาวอาชญากรรมอันโหดร้ายและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อมนุษยชาติ ฟุตบอลในไอร์แลนด์จะยังคงดำเนินต่อไปได้ แม้ว่าทีมของเราจะปฏิเสธที่จะลงสนามแข่งขันกับอิสราเอลก็ตาม”

“แม้ว่าจะเป็นเรื่องน่าละอายที่รัฐบาลไอร์แลนด์และสมาคมฟุตบอลไอร์แลนด์ ทำให้ผู้เล่นตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่เช่นนี้ แต่ผมเชื่อว่านักเตะไอร์แลนด์มีมโนธรรม และจะไม่ยืนอยู่ผิดฝั่งของประวัติศาสตร์ และจะไม่ยอมร่วมมือกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” เขากล่าว

ไอร์แลนด์เป็นหนึ่งในประเทศยุโรปที่มีจุดยืนโดดเด่นด้านการสนับสนุนสิทธิมนุษยชนของชาวปาเลสไตน์ โดยภาคประชาสังคม สหภาพแรงงาน องค์กรนักศึกษา และพรรคการเมือง ต่างผลักดันการรณรงค์เพื่อให้มีการตรวจสอบและรับผิดชอบต่อการยึดครองของอิสราเอลมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการรับรองรัฐปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการในปี 2024