ศาลทหารสหรัฐกำหนดให้ คอลิด เชค โมฮัมเหม็ด ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บงการเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2001 ขึ้นพิจารณาคดีในวันที่ 5 มิถุนายน 2028 หลังคดีล่าช้ามาเกือบ 25 ปีจากข้อพิพาททางกฎหมายและประเด็นหลักฐานจากการทรมาน เอบีซีนิวส์รายงาน
พันโท ไมเคิล ชรามา ผู้พิพากษาศาลทหาร มีคำสั่งเมื่อวันพุธ (26 ส.ค.) ว่า การพิจารณาคดีในเนื้อหาหลักจะเริ่มในวันจันทร์ที่ 5 มิถุนายน 2028 แม้อัยการทหารจะผลักดันให้เริ่มคดีตั้งแต่ปี 2027 แต่ศาลเห็นว่ายังเร็วเกินไป
โมฮัมเหม็ดถูกจับกุมในปี 2003 และถูกควบคุมตัวที่เรือนจำอ่าวกวนตานาโมตั้งแต่ปี 2006 โดยเขาถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้วางแผนหลักของการก่อการร้ายที่คร่าชีวิตผู้คน 2,976 ราย
ข้อตกลงรับสารภาพที่ถูกเพิกถอน
ในเดือนกรกฎาคม 2024 โมฮัมเหม็ดและจำเลยอีก 2 คน บรรลุข้อตกลงกับอัยการทหาร โดยยอมรับสารภาพทุกข้อหา แลกกับการไม่ถูกลงโทษประหารชีวิต ซึ่งจะทำให้เขาต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิตที่กวนตานาโม
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์จากครอบครัวผู้เสียหายบางส่วน ก่อนที่ ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐในขณะนั้น จะใช้อำนาจเพิกถอนข้อตกลงเพียงไม่กี่วันหลังจากมีการประกาศ
ออสตินระบุว่า การตัดสินใจทำข้อตกลงก่อนการพิจารณาคดีเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง และควรอยู่ในความรับผิดชอบของเขาในฐานะผู้มีอำนาจสูงสุดตามกฎหมายคณะกรรมาธิการทหารปี 2009
ต่อมา ฝ่ายจำเลยคัดค้านคำสั่งดังกล่าว ทำให้รัฐบาลสหรัฐนำเรื่องขึ้นสู่ศาลรัฐบาลกลาง และในเดือนกรกฎาคม 2025 ศาลอุทธรณ์กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีมติ 2 ต่อ 1 ว่าออสตินใช้อำนาจเพิกถอนข้อตกลงโดยชอบด้วยกฎหมาย
คดีล่าช้าเพราะประเด็นการทรมาน
การดำเนินคดีกับโมฮัมเหม็ดและผู้ต้องหาร่วมอีกหลายคนล่าช้ามานานกว่าทศวรรษ เนื่องจากข้อโต้แย้งว่าหลักฐานบางส่วนได้มาจากการทรมาน ระหว่างที่ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวในเรือนจำลับของสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (CIA)
เหตุวินาศกรรมเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 เกิดขึ้นเมื่อเครื่องบินโดยสารที่ถูกจี้ 2 ลำพุ่งชนอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์ก ก่อนจะมีการโจมตีประสานกันในหลายพื้นที่ของสหรัฐโดยเครือข่ายอัลกออิดะห์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คน และบาดเจ็บอีกหลายพันคน








