รัฐบาลแอฟริกาใต้ยื่นแฟ้มหลักฐานต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) กล่าวหาอิสราเอลอย่างเป็นทางการว่า ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งชั่วคราวที่มีผลผูกพันตามกฎหมายทั้ง 3 ฉบับ พร้อมเตือนว่าหากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไป สิทธิของชาวปาเลสไตน์ในกาซาอาจถูกทำลายก่อนศาลมีคำพิพากษาสุดท้าย
ตามรายงานของอนาโดลู กระทรวงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความร่วมมือของแอฟริกาใต้เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (28 ส.ค.) ว่า แฟ้มหลักฐานดังกล่าวถูกยื่นต่อ ICJ เมื่อวันอังคาร โดยระบุว่า “น่าเสียดายที่อิสราเอลไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของศาล” และยืนยันว่าจะยังคงดำเนินการ “ทุกวิถีทาง” เพื่อให้อิสราเอลปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและลงโทษการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างครบถ้วน
แอฟริกาใต้ระบุในคำร้องว่า หากไม่มีมาตรการที่มีประสิทธิภาพ สิทธิของชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาอาจ “ถูกทำลายก่อนที่ศาลจะมีคำตัดสินสุดท้าย” ซึ่งจะกระทบต่อ “ความชอบธรรมของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเอง”
ยกตัวเลขผู้เสียชีวิต–เด็กถูกสังหาร–หญิงแท้งเพิ่ม
เอกสารหลักฐานระบุว่า ณ เดือนสิงหาคม มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 73,407 คน และบาดเจ็บ 174,335 คน คิดเป็นมากกว่า 10% ของประชากรปาเลสไตน์
นอกจากนี้ เอกสารยังระบุว่า นับตั้งแต่มีการประกาศ “ข้อตกลงหยุดยิง” กองทัพอิสราเอลได้สังหารเด็กชาวปาเลสไตน์เฉลี่ย วันละ 1 คน และในปี 2569 อัตราการแท้งบุตรของสตรีชาวปาเลสไตน์เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า
คำร้องยังกล่าวหาอิสราเอลว่า ควบคุมตัวและเนรเทศชาวปาเลสไตน์โดยพลการ ก่อนที่ผู้ถูกควบคุมตัวจะถูกทรมาน เผชิญความรุนแรงทางเพศและทางเพศสภาพ รวมถึงการปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
พร้อมกันนี้ แอฟริกาใต้กล่าวหาว่า อิสราเอลสังหารผู้สื่อข่าวท้องถิ่นและขัดขวางคณะสอบสวนที่ได้รับมอบหมายจากสหประชาชาติเข้าสู่ฉนวนกาซา เพื่อป้องกันการบันทึกหลักฐานของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
คดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
แอฟริกาใต้เป็นผู้ยื่นฟ้องอิสราเอลต่อ ICJ เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2566 โดยกล่าวหาว่าละเมิดอนุสัญญาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ปี 1948
ต่อมา ศาลได้ออกคำสั่งชั่วคราว 3 ครั้ง ได้แก่ วันที่ 26 มกราคม, 28 มีนาคม และ 24 พฤษภาคม 2567 กำหนดให้อิสราเอลดำเนินทุกมาตรการเพื่อป้องกันการกระทำที่เข้าข่ายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ยุติปฏิบัติการทางทหารในเมืองราฟาห์ และรายงานการปฏิบัติตามคำสั่งต่อศาลอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ทำหน้าที่เป็นองค์กรตุลาการหลักของสหประชาชาติ และเป็นศาลสูงสุดที่พิจารณาข้อพิพาทระหว่างรัฐภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ








