วันที่ 30 สิงหาคม 2568 ท้องฟ้าเหนือย่านริมัล เมืองกาซาซิตี ถูกกลบด้วยเสียงระเบิดจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล

เป้าหมายคืออาคารพักอาศัยแห่งหนึ่ง

และผู้ที่อยู่ในนั้นคือ “ฮุซัยฟะห์ ซะมีร อับดุลลอฮ์ อัล-กะห์ลูต” หรือที่คนทั้งโลกคุ้นเคยในนาม “อบู อุบัยดะห์” โฆษกทหารของกองพลอัลกอซซาม ปีกติดอาวุธของขบวนการฮามาส

การโจมตีครั้งนั้นสังหารผู้คนไปเกือบสิบชีวิต รวมถึงเด็กหลายคน แต่เป้าหมายหลักของอิสราเอลคือการดับ “เสียง” ที่ก้องกังวานที่สุดในกาซา

อบู อุบัยดะห์ ไม่ใช่ผู้บัญชาการที่คุมกำลังในสนามรบ แต่ตลอดเกือบ 20 ปี นับตั้งแต่เหตุการณ์จับกุมทหารอิสราเอลในปี 2549 เขาคือบุคคลที่ผู้คนนับล้านในโลกอาหรับจดจำได้ดีที่สุด จากถ้อยแถลง วิดีโอ และข้อความที่ออกจากกองพลอัลกอซซาม

เขากลายเป็นผู้ดูแลฝ่ายสื่อของกองพล ทำหน้าที่กำหนดนโยบายสื่อ ออกแถลงการณ์ เผยแพร่วิดีโอปฏิบัติการ และสื่อสารกับโลกภายนอก

ทุกครั้งที่ปรากฏตัว เขาจะมาพร้อมการปิดบังใบหน้าด้วยผ้ากุฟียะห์ลายตารางสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งต่อมากลายเป็นภาพจำของโฆษกกองพลอัลกัสซาม

วันที่ 31 สิงหาคม เพียงหนึ่งวันหลังการโจมตี รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล อิสราเอล คัตซ์ ได้โพสต์ข้อความยืนยันผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า อบู อุบัยดะห์ ถูกสังหารแล้ว พร้อมระบุด้วยคำรุนแรงว่า เขาถูกส่งไปพบ “สมาชิกแกนแห่งความชั่ว” ที่ถูกสังหารก่อนหน้านี้ทั้งในอิหร่าน กาซา เลบานอน และเยเมน

ขณะที่กองทัพอิสราเอลย้ำว่า เขาคือ “ใบหน้าขององค์กรก่อการร้าย” และเป็นหนึ่งในผู้นำระดับสูงคนสุดท้ายของกองพลอัลกอซซามที่รอดชีวิตมาจากยุคก่อนวันที่ 7 ตุลาคม 2566

เป็นเวลาหลายเดือนที่ไม่มีคำยืนยันอย่างเป็นทางการ

กระทั่งวันที่ 29 ธันวาคม 2568 กองพลอัลกอซซามเผยแพร่วิดีโอ ยอมรับเป็นครั้งแรกว่าอบู อุบัยดะห์เสียชีวิต พร้อมเปิดตัวโฆษกทหารคนใหม่ที่ปรากฏตัวในชุดหน้ากากและผ้ากุฟียะห์สีแดงแบบเดียวกัน และเลือกที่จะใช้นามสงครามเดิมเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์

“เราได้รับสืบทอดนาม ‘อบู อุบัยดะห์’ จากผู้บัญชาการฮุซัยฟะห์ อัล-กะห์ลูต และขอปฏิญาณว่าจะเดินหน้าบนเส้นทางของเขาต่อไป”

ในวาระครบรอบ 1 ปี การจากไปของฮุซัยฟะห์ โฆษกอัลกอซซามคนปัจจุบันได้กล่าวแถลงการณ์สดุดีถึงผู้เป็นต้นแบบว่า แม้ตัวตนและร่างกายของฮุซัยฟะห์จะถูกทำลาย แต่ร่องรอยและแรงบันดาลใจของเขายังคงอยู่

“หนึ่งปีผ่านไปนับตั้งแต่การจากไปของเสียงแห่งประชาชาติและสัญลักษณ์ของการต่อต้าน… ถ้อยคำของเขายังคงก้องกังวาน ภาพลักษณ์ของเขาจะเป็นแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นต่อไป และผ้ากุฟียะห์ของเขาจะยังเป็นสัญลักษณ์ของผู้รักเสรีทั่วโลก”

เขาปิดท้ายด้วยคำมั่นว่า แม้ร่างของฮุซัยฟะห์จะจากไป แต่พี่น้องของเขา “จะไม่ปล่อยให้ธงแห่งการต่อต้านตกลงสู่พื้น จนกว่าจะถึงชัยชนะและการปลดปล่อย”.