เปิดตัว “นวัตกรรุ่นใหม่” จากเวที Coding Thailand 2026 จากปัญหาใกล้ตัวสู่ไอเดียระดับประเทศ: พลัง Coding & AI ของเยาวชนไทย

โครงการ Coding Thailand 2026: AI Inspires the Future ที่ดำเนินการโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดโอกาสให้เยาวชนและครูได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านด้านดิจิทัล โดยเฉพาะ Coding และ AI ผ่านกระบวนการตั้งโจทย์จากปัญหาจริง ออกแบบแนวทางแก้ไข ทดลองพัฒนาผลงาน และนำเสนอแนวคิดบนเวทีระดับประเทศ ก่อนต่อยอดองค์ความรู้สู่การสร้างนวัตกรรม และนี่คือเรื่องราวของเยาวชนที่นำทักษะด้าน Coding และ AI มาเปลี่ยนเป็นนวัตกรรม

  • เสริมทักษะ สร้างประสบการณ์ ปั้นกำลังคนดิจิทัล

ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า ความสำเร็จของ Coding Thailand 2026 ไม่ได้วัดที่จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการหรือรางวัลที่ได้รับ แต่สะท้อนผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้เยาวชนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา ได้ทดลองนำ Coding และ AI มาประยุกต์ใช้กับปัญหาจริง ทั้งด้านอุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จนก้าวจากผู้ใช้เทคโนโลยีสู่ผู้สร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรม อีกทั้งได้เรียนรู้จากความผิดพลาดและคำแนะนำ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาทักษะและสร้างกำลังคนดิจิทัลที่มีคุณภาพ

ด้าน ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล ดีป้า กล่าวว่า การพัฒนากำลังคนดิจิทัลของประเทศไทยจำเป็นต้องมองในภาพรวมของระบบนิเวศ ตั้งแต่การพัฒนาครู นักเรียน และสื่อการเรียนรู้ ไปจนถึงการสร้างโอกาสด้านการศึกษาและการทำงาน พร้อมเน้นย้ำว่า เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องปรับตัวให้ทัน หรือที่เรียกว่า Digital Resilience เมื่อ AI เข้ามา จึงไม่ควรมองเพียงว่า AI จะเข้ามาแทนที่อะไร แต่ควรมองว่าเราจะใช้ AI เพื่อสร้างงานและสร้างโอกาสอะไรได้บ้าง สิ่งสำคัญคือ Upskill, Reskill และ New Skill ซึ่งเป็นหัวใจของการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะปัจจุบันความรู้ไม่ได้จำกัดอยู่ในห้องเรียนเท่านั้น แต่เปิดกว้างให้ทุกคนสามารถเรียนรู้และค้นคว้าได้ตลอดเวลา

จากผู้สมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 12,000 คน มี 210 ทีมจาก 59 จังหวัดผ่านเข้าสู่การแข่งขัน National Coding & AI Competition รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ โดยนำปัญหาใกล้ตัวมาต่อยอดด้วย Coding และ AI สู่ผลงานที่หลากหลาย พร้อมเรียนรู้จากการทดลองและความผิดพลาดระหว่างการพัฒนา

  • “SUN Kids FARM” ฟาร์มเป็ดอัจฉริยะจาก AI และ IoT

ผลงาน “SUN Kids FARM” ระบบฟาร์มเป็ดอัจฉริยะที่นำ AI และ IoT มาประยุกต์ใช้ในการดูแลและบริหารจัดการฟาร์มแบบครบวงจร ตั้งแต่การควบคุมสภาพแวดล้อมภายในโรงเรือน การให้อาหารและน้ำ ไปจนถึงการใช้ AI เป็นตัวช่วยในการตรวจจับพฤติกรรมของเป็ด คัดแยกไข่ และจัดเก็บข้อมูลเพื่อวิเคราะห์และวางแผนการผลิต คว้ารางวัล Best of the Best ไปครองในปีนี้ พร้อมด้วยอีก 2 รางวัล Platinum Prize และ Brand’s Best Idea ระดับประถมศึกษา

ผลงานดังกล่าวเป็นของทีม SUN Kids จากโรงเรียนอนุบาลแสงอรุณ จังหวัดนครปฐม ประกอบด้วย น้องภูมิ–เด็กชายพิชญภูมิ บุญป้องชีพ, น้องเพ้นท์–เด็กหญิงชาลิณี รูปทอง และน้องบีญ่า–เด็กหญิงกวินธิดา นามเสถียร โดยมี คุณครูฉลองสิริ สระทองหน เป็นครูที่ปรึกษา

“น้องภูมิ” เป็นตัวแทนทีม SUN Kids เล่าว่า จุดเริ่มต้นของผลงานมาจากปัญหาใกล้ตัว เพราะครอบครัวผมเลี้ยงเป็ดอยู่แล้ว ทำให้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริง จึงอยากนำ Coding และ AI มาช่วยลดภาระของเกษตรกร โดยพวกเราแบ่งระบบออกเป็น 2 ส่วน คือ Smart Duck House สำหรับดูแลลูกเป็ด และ Smart Farm Management สำหรับดูแลเป็ดที่โตเต็มวัย ระบบจะช่วยควบคุมอุณหภูมิ เปิด-ปิดไฟและพัดลม ให้อาหารและเติมน้ำ รวมถึงควบคุมประตูโรงเรือนอัตโนมัติ และยังใช้กล้อง AI ช่วยติดตามพฤติกรรมของเป็ดและจัดเก็บข้อมูล เพื่อนำไปวิเคราะห์และวางแผนการดูแลฟาร์มให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

“กว่าจะได้ผลงานนี้ออกมา พวกเราต้องทดลองทำแล้วแก้ไขกันหลายครั้งครับ โดยเฉพาะตอนเทรนโมเดล AI เพราะช่วงแรกกล้องยังจับพฤติกรรมของเป็ดผิดอยู่บ้าง พวกเราก็ช่วยกันปรับและลองเทรนใหม่ จนระบบทำงานได้ดีขึ้น สิ่งที่พวกเราภูมิใจที่สุดไม่ใช่แค่เรื่องรางวัล แต่เป็นการได้ช่วยกันพัฒนาผลงานนี้มาตลอดหลายเดือน ตอนแรกเราคิดว่า Coding เป็นเรื่องยาก แต่พอได้ลองทำจริง ๆ ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด หลังจากนี้พวกเราจะเอาความรู้ที่ได้ไปแบ่งปันให้เพื่อน ๆ และอยากบอกคนที่ยังไม่กล้าลองว่า ลองทำดู เพราะถ้าได้ลอง นอกจากจะได้ความรู้และประสบการณ์แล้ว ยังได้เพื่อนใหม่ ๆ ด้วยครับ”

คุณครูที่ปรึกษาทีม SUN Kids กล่าวเสริมว่า การได้รับทุนสนับสนุนจากดีป้าในครั้งนี้ จะช่วยให้โรงเรียนมีพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ด้าน Coding และ STEM อย่างเป็นรูปธรรม โดยเตรียมจัดทำห้อง Coding และห้อง STEM เพื่อให้เด็ก ๆ ใช้เป็นพื้นที่ในการเรียนรู้ ทดลอง และสร้างสรรค์ผลงาน พร้อมเปิดโอกาสให้โรงเรียนเครือข่ายในพื้นที่โดยรอบได้เข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน เนื่องจากโรงเรียนในพื้นที่บางเลนยังมีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และทรัพยากรที่จำเป็นต่อการจัดทำศูนย์ลักษณะนี้ ทีม SUN Kids ได้ฝึกซ้อมและพัฒนาผลงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทำให้มีโอกาสทดลองและปรับปรุงผลงานจากประสบการณ์จริงจนพร้อมสำหรับการแข่งขันในครั้งนี้

“CareMotion” นวัตกรรม AI คัดกรองความเสี่ยงพาร์กินสัน
ผลงาน “CareMotion – ระบบคัดกรองความเสี่ยงโรคพาร์กินสันระยะเริ่มต้นด้วย Edge AI” จากทีม dsdekerror โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี กรุงเทพฯ เจ้าของรางวัล Platinum Prize และรางวัลพิเศษ Brand’s Best Idea ระดับมัธยมศึกษา สมาชิกทีมประกอบด้วย มายด์–นางสาวภัสรี พระไซร, ภูมิ–นายปุญญพัฒน์ กูลมนุญ และ ตีตี้–นายณัฐสิทธิ์ มานะปิยวงศ์ โดยมี นางสาวอำพร แซ่จั่ว เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

“มายด์” ตัวแทนทีม dsdekerror เล่าว่า CareMotion เป็นระบบคัดกรองความเสี่ยงโรคพาร์กินสันแบบครบวงจร ตั้งแต่อุปกรณ์ตรวจปลายทางไปจนถึงแดชบอร์ดสำหรับโรงพยาบาล โดยนำ Edge AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลด้านการเคลื่อนไหว เพื่อประเมินความเสี่ยงในเบื้องต้น จุดเริ่มต้นของผลงานมาจากความสนใจของทีมที่มองเห็นว่าปัญหาของโรคพาร์กินสันส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก จึงอยากพัฒนาเครื่องมือที่จะช่วยให้ตรวจพบสัญญาณความเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม ระหว่างการพัฒนาทีมต้องทดลองและปรับเปลี่ยนแนวทางหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงแรกที่อุปกรณ์ยังประมวลผลได้ล่าช้า จึงเปลี่ยนจากแนวคิดเดิมที่ต้องการให้ระบบทำงานทั้งหมดภายในอุปกรณ์ตัวเดียว มาเลือกใช้ซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็ว

“การพัฒนาผลงานครั้งนี้พวกเราไม่ได้มองแค่ว่าจะทำผลงานเพื่อคว้ารางวัล แต่ต้องการสร้างนวัตกรรมที่นำไปแก้ปัญหาและใช้ประโยชน์ได้จริง” สมาชิกทีม dsdekerror กล่าว พร้อมเสริมต่อว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือทีมได้เรียนรู้ว่า ‘ความผิดพลาด’ ไม่ได้หมายถึงการเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด แต่เป็นโอกาสให้กลับมาทบทวน ทดลอง และปรับโซลูชันให้ตอบโจทย์มากขึ้น รวมถึงทำให้เห็นว่า Coding และ AI เป็นทักษะที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาได้จากการลงมือทำ”

คุณครูที่ปรึกษาทีม dsdekerror กล่าวว่า โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี มีศูนย์นวัตกรรมที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้และพัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่อง โดยทุนสนับสนุนที่ได้รับจากดีป้าจะนำไปต่อยอดและพัฒนาศูนย์ให้มีความพร้อมสำหรับการเรียนรู้และสร้างสรรค์นวัตกรรมมากยิ่งขึ้น ขณะที่นักเรียนทีม dsdekerror มีประสบการณ์จากการเข้าร่วมกิจกรรมและการแข่งขันด้านนวัตกรรมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้เรียนรู้กระบวนการพัฒนาผลงานจากการลงมือทำจริง และนำประสบการณ์จากแต่ละเวทีมาปรับใช้เพื่อพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้น

  • AI แจ้งเตือน เชื่อมต่อความปลอดภัยสู่ชุมชน

ผลงาน “ระบบแจ้งเตือนน้ำป่าไหลหลากด้วยปัญญาประดิษฐ์ ผ่านเสียงตามสายหมู่บ้านและแอปพลิเคชันแชท” จากทีม Hello world วิทยาลัยการอาชีพแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน อีกหนึ่งทีมที่คว้า Platinum Prize และรางวัลพิเศษ Brand’s Best Idea ระดับอาชีวศึกษา สมาชิกทีมประกอบด้วย ไทเกอร์–นายอินทรายุทธ คงคาเชิดชู, อั้ม–นางสาวพัชรพร ถนอมการ, และใบตอง–นางสาวธิดารัตน์ ภักดีไสย์ โดยมีนางสาวเมธินี สายวงศ์ปัญญา เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

“ไทเกอร์” ตัวแทนทีม Hello world กล่าวว่า แนวคิดของผลงานเกิดจากการนำเทคโนโลยีและ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อรับมือกับปัญหาภัยธรรมชาติใกล้ตัวและตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนที่พวกเราอาศัยอยู่จริง โดยมีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากครั้งใหญ่ที่บ้านป่าหมาก อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะปัญหาการแจ้งเตือนภัยที่ล่าช้า ทำให้คนในพื้นที่มีเวลาเตรียมตัวและอพยพไม่เพียงพอ ทีมจึงนำประสบการณ์จากเหตุการณ์ดังกล่าวมาต่อยอดเป็นระบบที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินความเสี่ยงแบบ Real-Time พร้อมแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อให้ชุมชนมีเวลาเตรียมพร้อมและรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

“พื้นที่ที่พวกเราอาศัยอยู่ค่อนข้างห่างไกล ทำให้การเข้าถึงเทคโนโลยียังเป็นเรื่องท้าทาย เราจึงออกแบบระบบให้เหมาะกับบริบทของชุมชน โดย AI จะช่วยประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-Time พร้อมส่งสัญญาณแจ้งเตือนล่วงหน้า 1–2 ชั่วโมง ผ่านเสียงตามสายของหมู่บ้านและแอปพลิเคชันแชท เพื่อให้คนในชุมชนมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น ตอนนี้เราได้ทดลองระบบแล้วในระดับหนึ่ง และตั้งใจพัฒนาต่อให้สามารถนำไปใช้กับชุมชนอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงจากน้ำป่าไหลหลากได้ การเข้าร่วม Coding Thailand 2026 ทำให้พวกเราได้เรียนรู้และนำความรู้ด้าน Coding และ AI มาพัฒนาผลงานที่ช่วยแก้ปัญหาของชุมชนได้จริงครับ”

คุณครูที่ปรึกษาทีม Hello world กล่าวเสริมว่า นอกจากประสบการณ์และโอกาสที่เด็ก ๆ ได้รับจากดีป้าแล้ว วิทยาลัยยังได้รับทุนสนับสนุนศูนย์การเรียนรู้ทักษะดิจิทัล ซึ่งตั้งใจพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลของอำเภอแม่สะเรียง เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน เยาวชน และคนในชุมชนได้เข้าถึงเทคโนโลยีและพัฒนาทักษะดิจิทัล โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ยังมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงเทคโนโลยี พร้อมสร้างโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เห็นแนวทางการนำเทคโนโลยีไปต่อยอดเป็นอาชีพและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับตนเอง

มากกว่าการแข่งขัน Coding Thailand 2026 คือพื้นที่ให้เยาวชนได้เรียนรู้ เติบโต และพัฒนาทักษะผ่านการปฏิบัติจริง ได้ลองผิดลองถูก และค้นพบว่าความรู้ด้าน Coding และ AI สามารถนำมาใช้สร้างทางออกให้กับปัญหารอบตัวได้จริง สิ่งเหล่านี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ให้กล้าคิด กล้าสร้าง และพร้อมต่อยอดความรู้ไปสู่การสร้างนวัตกรรมและโอกาสใหม่ ๆ ในอนาคต