ตลอดเวลากว่าครึ่งศตวรรษ หากมีนักวิชาการชาวตะวันตกคนหนึ่งที่อุทิศชีวิตให้กับการอธิบายศาสนาอิสลามอย่างเป็นธรรม และพยายามสร้างสะพานเชื่อมความเข้าใจระหว่างโลกมุสลิมกับโลกตะวันตก ชื่อของ ศาสตราจารย์จอห์น แอล. เอสโปซิโต (John L. Esposito) มักได้รับการกล่าวถึงเป็นลำดับแรก
เอสโปซิโต ศาสตราจารย์ด้านศาสนา กิจการระหว่างประเทศ และอิสลามศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ด้วยวัย 86 ปี ตามการยืนยันของครอบครัวและมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ปิดฉากชีวิตนักวิชาการผู้เขียนหนังสือหลายสิบเล่ม และเป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนความเข้าใจของโลกตะวันตกที่มีต่อศาสนาอิสลาม
เอสโปซิโตเกิดเมื่อปี 2483 ที่นครนิวยอร์ก และเติบโตในย่านบรูคลิน ก่อนจะศึกษาด้านอิสลามภายใต้การดูแลของ อิสมาอีล รอญี อัล-ฟารูกี นักคิดชาวปาเลสไตน์-อเมริกันผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งปลูกฝังแนวคิดสำคัญว่า ศาสนาอิสลามควรถูกทำความเข้าใจจากหลักคำสอนและประสบการณ์ของชาวมุสลิมเอง ไม่ใช่ผ่านมุมมองหรือความหวาดระแวงของโลกตะวันตก
แนวคิดดังกล่าวกลายเป็นรากฐานของงานวิชาการตลอดชีวิตของเขา
เอสโปซิโตใช้เวลาเกือบ 20 ปีสอนวิชาศาสนาโลกที่วิทยาลัยโฮลีครอส (College of the Holy Cross) ในรัฐแมสซาชูเซตส์ และดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาศาสนศึกษา ก่อนจะย้ายไปที่มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ซึ่งเป็นที่ทำงานของเขาจนกระทั่งเกษียณ
ศูนย์กลางการเสวนาระหว่างโลกมุสลิมกับคริสเตียน
ที่มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ เอสโปซิโตดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านศาสนา ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอิสลามศึกษา เขาได้ก่อตั้งศูนย์เพื่อความเข้าใจระหว่างมุสลิมและคริสเตียน (Center for Muslim-Christian Understanding) ในปี 1993 ซึ่งต่อมาได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น ศูนย์เจ้าชายอัลวาเลด บิน ทาลาล เพื่อความเข้าใจระหว่างมุสลิมและคริสเตียน (Prince Alwaleed bin Talal Center for Muslim-Christian Understanding)
ภายใต้การนำของเขา ศูนย์แห่งนี้เติบโตจนได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสถาบันวิชาการชั้นนำของโลกด้านการเสวนาระหว่างศาสนา การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโลกมุสลิมกับโลกตะวันตก และการสร้างความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม
ต่อมาเขายังริเริ่ม Bridge Initiative ซึ่งเป็นโครงการวิจัยที่ติดตามและศึกษาปรากฏการณ์อิสลามโฟเบีย (Islamophobia) พร้อมเผยแพร่ข้อมูลเพื่อต่อต้านอคติและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับชาวมุสลิม
แม้จะนับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกมาตลอดชีวิต แต่เอสโปซิโตกลับได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในนักวิชาการที่ทำคุณูปการต่อการศึกษาอิสลามมากที่สุดคนหนึ่งในยุคสมัยของเขา ด้วยความเชื่อว่าการยึดมั่นในศรัทธาของตนเองไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยการปฏิเสธหรือไม่เคารพศรัทธาของผู้อื่น
ผลงานที่เปลี่ยนวิธีมองโลกมุสลิม
ผลงานทางวิชาการของเอสโปซิโตนั้นมากมายมหาศาล ตลอดอาชีพการทำงาน เอสโปซิโตเขียน ร่วมเขียน หรือบรรณาธิการหนังสือมากกว่า 50 เล่ม ซึ่งได้รับการแปลเป็น 35 ภาษา
ผลงานสำคัญ ได้แก่ อิสลาม: เส้นทางที่ถูกต้อง (Islam: The Straight Path), ภัยคุกคามจากอิสลาม: ตำนานหรือความจริง? ( The Islamic Threat: Myth or Reality?), สิ่งที่ทุกคนควรรู้เกี่ยวกับอิสลาม (What Everyone Needs to Know About Islam), อนาคตของอิสลาม (The Future of Islam) และ อิสลามโฟเบีย: ความท้าทายของพหุวัฒนธรรมในศตวรรษที่ 21 (Islamophobia: The Challenge of Pluralism in the 21st Century)
หนึ่งในผลงานที่สร้างอิทธิพลมากที่สุดคือ “ใครเป็นตัวแทนของศาสนาอิสลาม? ชาวมุสลิมพันล้านคนคิดอย่างไรกันแน่” (Who Speaks for Islam? What a Billion Muslims Really Think) ซึ่งเขียนร่วมกับ ดาเลีย โมกาเฮด และอาศัยข้อมูลการสัมภาษณ์ประชาชนกว่า 50,000 คน ในกว่า 35 ประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม
หนังสือเล่มนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในงานศึกษาทัศนคติของชาวมุสลิมที่ครอบคลุมที่สุดเท่าที่เคยมีมา และใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์เพื่อหักล้างการเหมารวมที่มีต่อชาวมุสลิมกว่า 1,600 ล้านคนในเวลานั้น
นอกจากนี้ เขายังดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหารของหนังสืออ้างอิงสำคัญหลายเล่ม รวมถึงพจนานุกรมอิสลามฉบับออกซ์ฟอร์ด ประวัติศาสตร์อิสลามฉบับออกซ์ฟอร์ด และสารานุกรมโลกอิสลามฉบับออกซ์ฟอร์ด
“ผู้สร้างสะพานในยุคแห่งกำแพง”
หลังข่าวการเสียชีวิตเผยแพร่ออกมา ผู้นำ นักวิชาการ และองค์กรจากทั่วโลกต่างร่วมแสดงความอาลัย
นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิมกล่าวในเฟซบุ๊ก ว่า มิตรภาพระหว่างเขากับเอสโปซิโตกินเวลานานกว่าห้าทศวรรษ พร้อมยกย่องว่าเขาคือ “มิตรแท้ของโลกอิสลาม” ผู้วางรากฐานทางปัญญาให้โลกตะวันตกเข้าใจศาสนาอิสลามลึกซึ้งยิ่งขึ้น
อันวาร์ระบุว่า ผลงานของเอสโปซิโตมีความสำคัญเป็นพิเศษในช่วงหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่โลกต้องการความเข้าใจเกี่ยวกับศาสนาอิสลามมากที่สุด
ด้าน ซามี อัล-อาเรียน นักวิชาการชาวปาเลสไตน์-อเมริกัน ผู้อำนวยการศูนย์อิสลามและกิจการระดับโลก มหาวิทยาลัยอิสตันบูล ซาบาฮัตติน ซาอิม กล่าวว่า เขาไม่ได้สูญเสียเพียงเพื่อนรัก แต่สูญเสีย “หนึ่งในนักวิชาการและนักมนุษยธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุค” พร้อมกล่าวถึงเอสโปซิโตว่าเป็น “ผู้สร้างสะพานในยุคแห่งกำแพง”
ขณะที่ สภาความสัมพันธ์อเมริกัน-อิสลาม (CAIR) องค์กรสิทธิพลเมืองของชาวมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ระบุว่า เอสโปซิโตอุทิศชีวิตเพื่อส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับศาสนาอิสลามและชาวมุสลิม ในช่วงเวลาที่ข้อมูลบิดเบือนและอคติครอบงำพื้นที่สาธารณะ พร้อมยกย่องว่าเขาเป็นทั้งนักวิชาการผู้โดดเด่น มิตรผู้เปี่ยมด้วยความเมตตา และเสียงที่ผู้คนไว้วางใจ
แม้เจ้าของผลงานจะจากไปแล้ว แต่งานเขียน ศูนย์วิจัย และนักศึกษาจำนวนมหาศาลที่เขาหล่อหลอมตลอดหลายทศวรรษ ยังคงทำหน้าที่เดียวกับที่เขาเชื่อมาตลอดชีวิต นั่นคือการสร้างความเข้าใจแทนความหวาดกลัว และสร้างสะพานเชื่อมผู้คน แทนการสร้างกำแพงแบ่งแยก
Source: Al Jazeera








