เปิดหุบเขาแห่งภูมิปัญญาอิสลาม สร้างเยาวชนมุสลิมสู่ผู้นำรุ่นใหม่

1063
บรรยากาศจำลอง

“ดร.อณัส อมาตยกุล” ระดมสรรพกำลังสร้างโรงเรียน ในหุบเชายายเที่ยง ส่งเสริมเยาวชนท่องจำอัลกุรอ่านกับภาษาอูรดู และเปิดการเรียนตามแนวทางอิสลามโบราณประยุกต์กับแนวทางสมัยใหม่ ให้เด็กมีภูมิความรู้ มีวุฒิภาวะ และยอมรับในความหลากหลาย

ดร.อณัส อมาตยกุล ประธานบริหารโครงการโรงเรียนร็อบบานีย์เพื่อการท่องจำอัลกุรอ่านและปลูก ปัญญาเยาวชน เปิดให้เยาวชนมุสลิมที่จบระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ขึ้นไปได้เข้ามาศึกษาใน 2 โปรแกรม คือ 1. หลักสูตรการท่องจำอัลกุรอ่าน เพื่อปกปักรักษาอัลกุรอ่านให้อยู่คู่กับประชาชาติอิสลาม และ 2.ศึกษาหลักสูตรศาสนาอิสลาม ภาษาอาหรับ และภาษาอูรดู ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้หลายร้อยล้านคนในอินเดียและปากีสถาน ซึ่งการเรียนการสอนโดยที่นำแนวทางการศึกษาแบบอิสลามโบราณมาประยุกต์กับความ รู้สมัยใหม่เพื่อสร้างมุสลิมรุ่นใหม่มาสืบทอดศาสนาอิสลามต่อจากรุ่นของเรา

ดร.อณัส กล่าวว่า สำหรับการศึกษาหลักสูตรอิสลามได้ออกแบบให้เปิดภูมิปัญญาเยาวชน นำของดีของหลักการศึกษาของมุสลิมมาประยุกต์กับการศึกษาสมัยใหม่ ซึ่งเด็กจะได้เรียนรู้ในภาพกว้างมากขึ้น นอกตำรา มีโอกาสพูดคุยถกเถียงกับครู และบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญที่แวะมาเยี่ยมเยือน เป็นคนที่เข้าใจอุดมการณ์ของโรงเรียนมาร่วมพูดคุยถ่ายทอดความรู้และ ประสบการณ์ให้เยาวชนได้รับทราบโดยเน้นให้เด็กรับฟังเป็นหลัก

โดย ทั้ง 2 หลักสูตรเป็นการนำพาเด็กออกจากฟิตนะห์หรือความสับสนอลหม่านของโลกยุค โลกาภิวัฒน์ โดยให้เห็นชีวิตที่เรียบง่าย โดยอาจไม่ได้ใช้ไฟฟ้าทุกวัน บางคืนอาจจุดตะเกียง ให้เด็กได้ปรับตัวกับชีวิตที่เป็นจริงที่ไม่ได้สะดวกสบายตลอดเวลา มีโอกาสในการทำงานบ้าง เช่นการปลูกผักส่วนครัว ควบคู่กับการเรียนหนังสือ

 

anas2ดร.อณัส อมาตยกุล

 

“เป็นการสร้าง พื้นที่การเรียนรู้แบบใหม่ โดยการนำแนวทางการศึกษาแบบอิสลามดั้งเดิมเข้ากับการศึกษาแบบสร้างภูมิปัญญา สร้างวุฒิภาวะ และปลูกฝังชีวิตสมถะ ซึ่งเด็กจะมีความรอบรู้ในภาษาต่างประเทศ อาหรับ อูรดู มีภูมิปัญญา และมีวุฒิภาวะในการใช้ชีวิต ได้เรียนรู้ที่หลากหลาย เป็นการสร้างพื้นที่แบบใหม่ แหวกแนว มีการประยุกต์การศึกษาแบบอิสลามดั้งเดิมกับแนวทางการศึกษาการสร้างภูมิปัญญา แบบมีวุฒิภาวะ และมีความสมถะเรียบง่าย มีทักษะต่างประเทศ คืออาหรับและอูรดู ที่ถือเป็นภาษาใหญ่ มีคนใช้หลายร้อยล้านคน ในอินเดียและปากีสถาน

อีก หนึ่งเป้าหมายของโรงเรียน  จะเป็นการนำพาเยาวชนและผู้ใหญ่ ออกจากวังวนแห่งความแตกแยก ความเกลียดชังในสังคมมุสลิม โดยจะนำผู้รู้จากมัซฮับต่างๆ มาถ่ายทอดความรู้ ทั้งฮานาฟี ชาฟีอี ฮานาฟี และถ้าเป็นไปได้ หากมีอาสาสมัครจากแอฟริกาเหนือมาถ่ายทอดแนวทาง  มาลิกี ก็ได้แต่คงเป็นไปได้ยากเพราะระยะทางไกล

“ให้ มุสลิมที่เราปั้นขึ้นมา มีความคุ้นเคยกับความมั่งคั่ง ความหลากหลายของประชาชาติที่แท้จริง และให้บรรดาผู้ใหญ่ ที่เป็นคนใกล้ชิด คนรักใคร่ได้เห็นประชาชาติที่แท้จริง ที่มีมัซฮับที่หลากหลาย โรงเรียนเราก้าวข้ามการแบ่งแยก” ดร.อณัส กล่าว
และ ว่า โรงเรียนร็อบบานีย์เพื่อการท่องจำอัล กุรอ่านและปลูกปัญญาเยาวชน เป็นลักษณะของโรงเรียนประจำ มีนักเรียนเรียนและพักอยู่ในโรงเรียนหรือไปกลับสำหรับคนที่มีบ้านอยู่ใกล้ โรงเรียน แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องอาหาร ที่ฟรีได้จำกัด ซึ่งปกครองหรือผู้มีจิตศรัทธามีส่วนร่วมสนับสนุนทางโรงเรียนบ้าง เป็นโรงเรียนที่จะเปิดให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วม สามารถถือกระเป๋าเข้ามานอนกับนักเรียน เรียนรู้ร่วมกันในวันเสาร์ อาทิตย์ มาร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมละหมาด 5 เวลา ละหมาดตะฮัดยุด แลกเปลี่ยนความรู้ โดยเด็กจะเรียนรู้จากผู้ใหญ่และให้สอบถามเป็นบางกรณี เป็นชมรมทางปัญญาที่จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน

“ตอนนี้ เรามีอาคารหลังแรก เป็นบ้านพักครูและจะขยายเป็นห้องเรียน ให้เด็กเรียนหนังสือได้  หลังจากนั้น ก็มีอาคารที่ 2 ที่ 3 ต่อไป  การเรียนของเรา เป็นการเรียนตามอัธยาศัย แต่เราจะสร้างภูมิความรู้ สติปัญญาและวุฒิภาวะ เป็นการสร้างค่านิยมใหม่ของสังคมไทยที่ตอนนี้หลงไหลปริญญาขยะ แต่เราจะสร้างความรู้ที่แท้จริง  ไม่หลงติดในปริญญา” ดร.อณัส กล่าว

สำหรับ การจัดงานในวันที่ 31 ธันวาคม  เป็นการจัดงานการกุศล ณ ที่ตั้งของโรงเรียนเขายายเที่ยง ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว เพื่อระดมทุนสร้างโรงเรียน โดยเริ่มตั้งแต่ 09.00 น. เป็นการจัดงานที่ปลอดจากวัฒนธรรมตะวันตก จัดแบบเรียบง่ายไม่มีประธานเปิดงาน ประธานจัดงาน แต่จะเริ่มด้วยการอ่าน อัลกุรอ่าน การปาฐกถาของบรรดา      นักวิชาการ ประกอบด้วย ศ.ดร.จรัญ มะลูลีม บรรยายเรื่อง การเปลี่ยนผ่านในโลกมุสลิม : กรณีศึกษาไอเอส ผศ.ดร.นิรันดร์ พันทรกิจ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) บรรยา