ความเสี่ยงออกนอกหลักการชะรีอะห์ ของสถาบันการเงินอิสลาม ตอนที่ 1

719

การศึกษา กระบวนการตรวจสอบในหลักของชะรีอะห์ ที่ดำเนินการอยู่ภายใต้สถาบันการเงินเพื่อให้สอดคล้องกับมติคำตัดสิน (Fatwa) เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้บริการเกิดความอุ่นใจจากการกำกับดูแลให้ เกิดมาตฐานของกระบวนการเดียวกันกับ Accounting and Auditing Organization for Islamic Financial Institution (AAOIFI)  เพื่อสร้างขอบเขตจำกัดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในการดำเนินงาน เพราะหากเกิดผลเสียสิ่งที่ตามมาคือการลดความ  น่าเชื่อถือ การทบทวนบทบาทของชะรีอะห์ อิสลามทางด้านการเงินเป็นสิ่งที่สังคมควรรับรู้และเข้าใจในความจริงความผิด พลาดอาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดในหลักการบริหารเพื่อหากทางออกกับสาเหตุของปัญหา

การศึกษาเพื่อให้แน่ใจ ว่ากิจกรรมที่ดำเนินงานโดยสถาบันการเงินอิสลามนั้นไม่ขัดแย้งกับหลักการชะรี อะห์ ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงตราสารต่างๆ นั้นเป็นไปตามหลักการครรลองหรือไม่ ในเรื่องแบบนี้การรายงานผลของคณะกรรมการชะรีอะห์จะต้องมีความเห็นและสรุปลง ในงบประมาณการเงินประจำปีของสถาบันการเงินนั้นๆ ฉะนั้นแล้วหน้าที่และความรับผิดชอบที่มีต่อสถาบันการเงินอิสลามทุกการ ปฏิบัติจะต้องอยู่ภายใต้วินัย อากีดะห์ที่แข็งแกร่งไม่เห็นแก่เงินและจะต้องมีการแนะนำในเชิงปฏิบัติการ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อเอกสารสินค้าทั้งหมดว่าได้รับการตรวจสอบ และคณะผู้บริหารของสถาบันการเงินควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของคณะกรรมการเป็นการ สร้างความมั่นใจว่าทุกธุรกรรมอยู่ภายใต้หลักการอย่างมีมาตฐานโดยรักษาวินัย อย่างต่อเนื่องมั่นคงผู้บริหารการเงินอิสลามจะให้อภิสิทธิการตัดสินทุกอย่าง อยู่ภายใต้กรรมการชะรีอะห์ด้วยจรรยาบรรณ

แต่ปัญหาที่มักจะเกิด ขึ้นกับสถาบันการเงินอิสลามโดยที่คณะกรรมการอ่อนในอำนาจไม่มีการตรวจสอบ เฉพาะการกำกับดูแลการปล่อยสินเชื่อหรือเม็ดเงินที่สถาบันการเงินนำไปลงทุน เรื่องการรายงานผลยังไม่สามารถให้คำตอบกับผู้ใช้บริการได้ หากหน่วยงานตรวจสอบมีอำนาจจะทำให้ทุกอย่างอยู่ในครรลองผลดีความเชื่อมั่นก็ จะตามมา สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้บางสถาบันการเงินยังคงอยู่ในภาวะความเสี่ยงที่จะ สร้างผลร้าย อย่างไรก็ตามการตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอกคงเป็นสิ่งที่จำเป็น และการตั้งคณะตรวจสอบไม่ควรที่จะมาจากหน่วยงานของสถาบันการเงินเอง ผลบังคับใช้ในส่วนนี้ควรจะนำมาใช้กับประเทศไทยมากที่สุดเพื่อเป็นการกำกับ ดูแล เพราะการแต่งตั้งจากสถาบันการเงินนั้นบางครั้งไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่น ในเรื่องของการตรวจสอบได้ ว่าการปฏิบัตินั้นเป็นไป ตามกฏระเบียบหรือชะรีอะห์หรือไม่เอาพวกพ้อง รักษาผลกำไรความอยู่รอดจนลืมมองผลเสีย คือออกนอกหลักการชะรีอะห์

มุสลิมในประเทศไทยที่ มีอยู่เป็นจำนวนน้อยจึงไม่สามารถต้านทานการกระทำของผู้แสวงหาผลประโยชน์ได้ เพราะไม่มีการตรวจสอบการรายงานของผู้ที่มีอำนาจเพราะสถาบันการเงินอิสลามที่ ไม่ได้ประจำอยู่ในประเทศมุสลิม บางประเทศมีวินัยในการทำงานสูงมากคณะกรรมชะรีอะห์มีอำนาจในการตัดสินกระบวร การตรวจสอบสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า

ความอ่อนแอของสถาบันจะ เป็นในเรื่องวินัยจะนำมาซึ่งความหายนะเป็นการก้าวเข้าสู่ความผิดผลาด และกลายเป็นผลกำไรที่ฮะรอมในสุดการพัฒนาโครงสร้างการตรวจสอบ นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญเพื่อให้แน่ใจว่าขั้นตอนการผลิตที่สถาบันมีหุ้นส่วน เป็นไปตามกรอบโครงสร้างมากแค่ไหน เพราะความรับผิดชอบ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับลูกค้าเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะการทำงานหนักของผู้บริหาร การรักษาสัญญาในธุรกรรมให้เป็นไปตามกฏข้อตกลง

โครงสร้างการตรวจสอบ บางประเทศจะต่างกันออกไป แต่สิ่งสำคัญคือการลดความเสี่ยงที่จะออกนอกกรอบของชะรีอะห์ การไม่ปฏิบัติตามสิ่งนี้ผู้บริหารควรตระหนักถึงปัญหาที่จะเกิดเพราะการตรวจ สอบจะเป็นไปตามข้อมูลที่สถาบันการเงินรายงานหรือไม่ การปฏิบัติในหลักการศาสนาอิสลามมีความสำคัญต่อการดำเนินงานการปฏิบัติของคณะ ตรวจสอบจะซึมซาบผ่านองค์กรความเชื่อมั่นจะกลับคืนมาในธุรกรรมที่สถาบันการ เงินนั้นๆ กระทำ เพราะส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ใช้บริการการดำเนินงานตามธุรกรรมนั้นมาตรฐานเป็น เรื่องที่ผู้บริหารต้องใส่ใจเพราะมีความสำคัญมากที่จะรักษาความสามารถทางการ เงิน หากเกิดความเสียหายมาตฐานจะถูกลดลำดับเกิดผันแปรเป็นดอกเบี้ยปล่อยสินเชื่อ ให้พวกพ้องธุรกรรมที่นอกหลักการ ขาดความซื่อสัตย์ ความเสี่ยงกับประเด็นเหล่านี้สร้างความพินาศให้กับสถาบันนั้นๆ มาแล้วอย่างมากมาย

จากศึกษาข้อมูลการ ดำเนินการภายใต้ความเสี่ยงในการปฏิบัติทางการเงินนั้นๆ ทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็น หก ประเภทความเสี่ยง  เพราะเป็นการวางฐานรากของการบริหารความเสี่ยงทุกอย่างเป็นกรอบการทำงานของ สถาบันการเงิน แต่ การตรวจสอบควรเป็นผู้เชี่ยวชาญที่อยู่คนละหน่วยงานหลักการบริหารความเสียง เป็นเรื่องที่ผู้บริหารควรให้ความสำคัญ

การจัดการความเสี่ยงในสถาบัน การเงินอิสลาม

หลักความเสี่ยงของ สถาบันการเงินอิสลามนอกจากการประกันภัยแบบตากาฟุลแล้วคณะผู้ตรวจสอบมาตฐาน ได้เห็นควรแบ่งออกเป็น 6 หัวข้อใหญ่