
รัฐบาลสหราชอาณาจักรยังไม่อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพของอังกฤษในการโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ถอนการสนับสนุนข้อตกลงที่รัฐบาลของ เคียร์ สตาร์เมอร์ ผลักดัน เพื่อโอนอธิปไตยหมู่เกาะชากอสให้ มอริเชียส ตามรายงานของหนังสือพิมพ์เดอะไทมส์ (19 ก.พ. 69)
รายงานระบุว่า ทำเนียบขาวกำลังจัดทำแผนปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน โดยพิจารณาการใช้ทั้งฐานทัพ ดิเอโก การ์เซีย ในมหาสมุทรอินเดีย และฐานทัพอากาศ RAF Fairford ในอังกฤษ ซึ่งเป็นที่ตั้งเครื่องบินทิ้งระเบิดหนักของสหรัฐฯ ในยุโรป อย่างไรก็ตาม ภายใต้ข้อตกลงด้านความมั่นคงที่มีอยู่ การใช้ฐานทัพดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบล่วงหน้าจากรัฐบาลลอนดอน
แหล่งข่าวระบุว่า อังกฤษยังไม่ให้ไฟเขียว เนื่องจากกังวลว่าการอนุญาตให้ใช้ฐานทัพอาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะหลักการที่ถือว่ารัฐซึ่งสนับสนุนการโจมตี หากมีความรู้ถึงการกระทำที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ อาจถูกมองว่ามีส่วนร่วมไม่ต่างจากผู้ลงมือโจมตีเอง
ทรัมป์ได้หารือกับสตาร์เมอร์ทางโทรศัพท์เมื่อวันอังคาร เกี่ยวกับคำขาดของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านในประเด็นนิวเคลียร์ และในวันถัดมา ผู้นำสหรัฐฯ ได้ออกแถลงโจมตีข้อตกลงหมู่เกาะชากอสอย่างเปิดเผย
ในถ้อยแถลงบน Truth Social ทรัมป์ระบุว่า หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลง สหรัฐฯ อาจจำเป็นต้องใช้ดิเอโก การ์เซีย และฐานทัพอากาศที่แฟร์ฟอร์ด เพื่อ “ขจัดภัยคุกคามจากระบอบที่อันตราย” พร้อมอ้างว่า อิหร่านอาจเป็นภัยต่อสหราชอาณาจักรและประเทศพันธมิตรอื่นๆ
ด้านรัฐบาลอังกฤษยืนยันว่า ข้อตกลงโอนหมู่เกาะชากอส ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณราว 35,000 ล้านปอนด์ มีความจำเป็นต่อความมั่นคง และช่วยหลีกเลี่ยงข้อพิพาททางกฎหมายระยะยาว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงยอมรับเป็นการส่วนตัวว่า ดีลดังกล่าวไม่อาจเดินหน้าต่อได้ หากไม่ได้รับความเห็นชอบจากสหรัฐฯ และประเมินสถานการณ์ว่า “เลวร้าย”
ทั้งนี้ ข้อตกลงหมู่เกาะชากอส คือข้อตกลงที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรตกลงโอนอธิปไตยเหนือหมู่เกาะชากอสให้แก่มอริเชียส หลังข้อพิพาทยืดเยื้อมาหลายทศวรรษ โดยอังกฤษจะยุติการอ้างสิทธิ์อาณานิคม แต่ยังคงเปิดทางให้สหรัฐฯ เช่าฐานทัพยุทธศาสตร์ที่ดิเอโก การ์เซียต่อไปในระยะยาว เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางปฏิบัติการทางทหารในมหาสมุทรอินเดียและตะวันออกกลาง







