แฟ้มภาพ / magnific

ชายชาวพุทธวัย 42 ปี เข้าร้องเรียนต่อศูนย์สายไหมต้องรอด ขอให้ช่วยตรวจสอบปัญหาเสียงอาซานจากมัสยิดแห่งหนึ่งในพื้นที่แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพฯ หลังอ้างว่าได้รับผลกระทบจากลำโพงที่หันเข้าชุมชนและเปิดวันละ 5 เวลา จนกระทบการพักผ่อนต่อเนื่องมากกว่า 4 ปี พร้อมระบุว่าเคยร้องเรียนหลายหน่วยงานแต่แก้ไขได้เพียงชั่วคราว และถูกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการมัสยิดข่มขู่ว่า “ถ้าอยู่ไม่ได้ก็ออกไป”

ตามรายงานของเวิร์คพอยท์ (25 ส.ค.) นายพาณิชย์ (นามสมมติ) เปิดเผยว่า ครอบครัวอาศัยอยู่ในชุมชนดังกล่าวมานานกว่า 57 ปี โดยในอดีตแม้มัสยิดจะมีลำโพงอยู่แล้ว แต่มีจำนวนไม่มากและระดับเสียงไม่รบกวน จึงสามารถอยู่ร่วมกันได้ตามปกติ

กระทั่ง ตั้งแต่ปี 2566 มีการติดตั้งลำโพงเพิ่มอีก 3 จุด รวมประมาณ 12 จุด ภายในชุมชน โดยแต่ละจุดอยู่ห่างจากบ้านไม่เกิน 20 เมตร ทำให้เสียงอาซาน โดยเฉพาะช่วงเวลาตี 4 ถึงตี 5 ดังเข้ามาภายในบ้านอย่างชัดเจน ทำให้กระทบกับการนอนพักผ่อน

ผู้ร้องเรียนระบุว่า จากเดิมที่สามารถนอนเปิดหน้าต่างได้ทุกบาน ปัจจุบันต้องปิดหน้าต่างทั้งหมด และบางวันต้องใช้เอียร์ปลั๊ก แต่ก็ยังสะดุ้งตื่นจากเสียงอาซานเกือบทุกวัน ส่งผลต่อการพักผ่อนและการใช้ชีวิตเป็นเวลานานกว่า 4 ปี

เขายังเล่าว่า เคยพูดคุยกับอิหม่ามของมัสยิด ซึ่งได้รับการรับปากว่าจะลดระดับเสียงและปรับทิศทางลำโพง แต่หลังผ่านไปเพียง 3–4 วัน ระดับเสียงก็กลับมาดังเช่นเดิม ทำให้ปัญหาไม่สิ้นสุด

รายงานของเวิร์คพอยท์ระบุว่า เมื่อการพูดคุยไม่เป็นผล นายพาณิชย์จึงร้องเรียนต่อสำนักงานเขตธนบุรี และ สน.บางยี่เรือ โดยเจ้าหน้าที่เคยลงพื้นที่วัดระดับเสียงและแจ้งว่าไม่เกินค่าที่กฎหมายกำหนด ส่วนตำรวจได้ขอความร่วมมือให้มัสยิดลดระดับเสียง แต่ผู้ร้องเรียนยืนยันว่าการแก้ไขเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว

นอกจากนี้ นายพาณิชย์อ้างว่า หลังเริ่มร้องเรียน ได้มีบุคคลที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการมัสยิดมาที่บ้าน 2 ครั้ง ในช่วงปี 2566–2567 พร้อมพูดในลักษณะว่า “ถ้าอยู่ไม่ได้ก็ออกไป” และข่มขู่ว่าหากพบกันนอกบ้านอาจถูกทำร้ายร่างกาย ทำให้ต้องไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

อย่างไรก็ตาม ผู้ร้องเรียนยืนยันว่า ตนไม่ได้มีอคติต่อศาสนาอิสลาม และไม่ได้ต้องการขัดขวางการประกอบศาสนกิจ แต่ต้องการให้มีการควบคุมระดับเสียงให้อยู่ในระดับที่ไม่กระทบต่อสิทธิของผู้อื่น พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งเรื่องระดับเสียง ผลกระทบ และกรณีที่อ้างว่าถูกข่มขู่ เพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันในชุมชนได้อย่างสันติ

ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาเรื่องการข่มขู่และผลกระทบจากระดับเสียง เป็นข้อมูลจากผู้ร้องเรียน ขณะที่ยังไม่มีคำชี้แจงจากมัสยิดหรือผู้ถูกพาดพิงในขณะนี้