ฐปณีย์ ยืนยันทีมข่าวเข้าจุดเกิดเหตุอำเภอจะแนะหลังตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจพื้นที่เสร็จแล้ว พร้อมระบุว่ามีคลิปวิดีโอ ภาพรถเจ้าหน้าที่ ข้อมูลพิกัด และเวลาจากโทรศัพท์มือถือเป็นหลักฐานโต้แย้งแถลงการณ์ของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส
ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวรายการ 3 มิติ และผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters โพสต์ชี้แจงเมื่อคืนวันที่ 25 สิงหาคม หลังหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสระบุว่า ภาพร่องรอยบนพื้นถนนที่เผยแพร่ในสื่อถูกถ่ายก่อนเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ และเตือนว่าการเข้าไปในพื้นที่ก่อนการตรวจอาจกระทบพยานหลักฐานในคดี
เธอยืนยันว่า ทีมข่าวไม่ได้เข้าไปในพื้นที่โดยพลการ แต่เดินทางไปตามนัดหมายกับผู้ใหญ่บ้าน เมื่อไปถึงพบว่าทหารถูกปิดถนนและไม่อนุญาตให้ทั้งนักข่าวและชาวบ้านผ่านเข้าไป จึงรออยู่ด้านนอกจนผู้ใหญ่บ้าน พยานในเหตุการณ์ และเจ้าหน้าที่เดินทางออกจากจุดเกิดเหตุ
ตามข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือ ทีมข่าวบันทึกภาพรถตำรวจขับออกจากพื้นที่เวลา 13.42 น. และเข้าไปยังจุดเกิดเหตุเวลา 15.23 น. หลังเปิดถนนแล้ว โดยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และพยานร่วมเดินทางเข้าไปด้วย
“เราเข้าไปทำข่าวหลังตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจที่เกิดเหตุแล้วอย่างแน่นอน” ฐปณีย์ระบุ พร้อมย้ำว่ามีคลิปเต็ม ภาพทะเบียนรถ และข้อมูลพิกัดเวลาสามารถตรวจสอบได้
ฐปณีย์ระบุเพิ่มเติมว่า จะเผยแพร่คลิปฉบับเต็มในช่วงเช้าวันที่ 26 สิงหาคม เพื่อยืนยันลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด เนื่องจากขณะโพสต์ยังไม่สามารถติดต่อผู้ที่ร่วมตรวจพื้นที่ได้ และอยู่ระหว่างพักฟื้นหลังปฏิบัติงานต่อเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่าน
เธอยังขอความเป็นธรรมจากหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส โดยระบุว่า ข้อความในแถลงการณ์อาจทำให้สังคมเข้าใจผิดและนำไปสู่การโจมตีผู้สื่อข่าว ทั้งที่หน้าที่ของสื่อคือการแสวงหาข้อเท็จจริง ไม่ใช่การตัดสินว่าใครถูกหรือผิด
ปมสืบเนื่องจากแถลงการณ์ ฉก.นราธิวาส
ก่อนหน้านี้ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่า มีทหารยศ “จ่า” ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่วัยรุ่นจากเฮลิคอปเตอร์ในพื้นที่อำเภอจะแนะ ตามที่มีการกล่าวอ้างในสื่อ โดยยืนยันว่าภารกิจคืนวันที่ 22 สิงหาคมเป็นเพียงการลาดตระเวนและตรวจการณ์ทางอากาศ มีเจ้าหน้าที่บนอากาศยาน 4 นาย และไม่มีการนำอาวุธขึ้นเฮลิคอปเตอร์
หน่วยยังระบุด้วยว่า ภาพร่องรอยบนพื้นถนนที่ถูกนำเสนอในสื่อเป็นภาพที่ถ่ายก่อนเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่ พร้อมขอให้สื่อและประชาชนพิจารณาลำดับเวลาของภาพก่อนนำไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์
หน่วยระบุว่า การตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและการเก็บพยานหลักฐานต้องดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบ
ดังนั้นหากบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ก่อนเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ อาจทำให้สภาพพื้นที่เปลี่ยนแปลง เกิดความยุ่งเหยิง และส่งผลกระทบต่อพยานหลักฐานที่สำคัญต่อการสืบสวนและดำเนินคดี
ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ผู้ที่ก่อเหตุยิง นายซอและ ดอเลาะ รวมถึงวิถีกระสุนและสาเหตุของเหตุการณ์ ยังอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และการสอบสวนอย่างเป็นทางการ








