ชีค โมฮัมหมัด บิน อับดุลเราะห์มาน บิน จัสซิม อัลษานี นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกาตาร์ ได้พบกับ ซัยยิด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ที่กรุงเตหะราน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อหารือความสัมพันธ์ทวิภาคีและสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค
กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านรายงานว่า ระหว่างการหารือ อารักชีกล่าวต้อนรับความพยายามของประเทศเพื่อนบ้านในการลดความตึงเครียด พร้อมยืนยันว่า วิกฤตในปัจจุบันเป็นผลโดยตรงจาก การรุกรานทางทหารของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล รวมถึงมาตรการปิดล้อมทางทะเลและ “การก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ” ที่สหรัฐใช้ต่ออิหร่าน
จี้ประเทศเพื่อนบ้านไม่เปิดพื้นที่ให้สหรัฐใช้โจมตีอิหร่าน
อารักชีกล่าวว่า การสร้างกลไกความมั่นคงของภูมิภาคที่เป็นอิสระจากมหาอำนาจภายนอก จำเป็นต้องอาศัยความไว้วางใจระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน และทุกประเทศต้องยึดหลักความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี รวมทั้ง ไม่อนุญาตให้สหรัฐใช้ดินแดนหรือสิ่งอำนวยความสะดวกของตน เพื่อเตรียมหรือดำเนินปฏิบัติการทางทหารและสงครามเศรษฐกิจต่ออิหร่าน
เขายังระบุว่า ความไม่มั่นคงใน ช่องแคบฮอร์มุซ เกิดขึ้นจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน ซึ่งได้รับการสนับสนุนหรือเอื้อประโยชน์จากบางประเทศในภูมิภาค พร้อมย้ำว่า ไม่อาจพูดถึงการกลับสู่สถานการณ์ก่อนวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ได้ หากไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและความเสียหายที่อิหร่านได้รับ
กล่าวหาสหรัฐผิดข้อตกลงยุติสงคราม
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า อิหร่านได้ปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ บันทึกความเข้าใจยุติสงคราม โดยสุจริต รวมถึงข้อกำหนดข้อที่ 5 แต่สหรัฐกลับเป็นฝ่ายละเมิดคำมั่นและขัดขวางการดำเนินการ พร้อมทั้งประกาศมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ ซึ่งเขาเรียกว่าเป็นการแสดงความเป็นปรปักษ์ต่อประชาชนอิหร่านอย่างชัดเจน
อารักชียืนยันว่า สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะใช้ทุกศักยภาพที่มีเพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาติ
กาตาร์ผลักดันเส้นทางเดินเรือชั่วคราว
สำนักข่าวกาตาร์ (QNA) เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายยังหารือ กรอบข้อตกลงชั่วคราว ซึ่งประกอบด้วยการจัดตั้ง เส้นทางเดินเรือร่วมชั่วคราวในช่องแคบฮอร์มุซ และโครงการร่วมกันเพื่อ กวาดทุ่นระเบิดในช่องแคบ เพื่อฟื้นฟูความปลอดภัยในการเดินเรือและลดความเสี่ยงต่อการค้าในภูมิภาค
ชีคโมฮัมหมัดย้ำว่า ทุกฝ่ายต้องเคารพ อธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน และ เสรีภาพในการเดินเรือ พร้อมเน้นว่าการแก้ไขข้อพิพาทควรดำเนินผ่านการเจรจาและการทูตอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค








