บริษัทเจ้าของเรือสินค้าสัญชาติไทย “มยุรี นารี” ชี้แจงเหตุผลการตัดสินใจเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ระบุได้ประเมินสถานการณ์รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญแล้ว โดยในขณะนั้นไม่มีคำเตือนเฉพาะที่ห้ามเดินเรือผ่านพื้นที่ ก่อนเกิดเหตุโจมตีเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 69

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 69 บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL เจ้าของเรือ “มยุรี นารี” (M.V. Mayuree Naree) ออกแถลงการณ์อัปเดตสถานการณ์หลังเรือสินค้าถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ

แจงเหตุผลตัดสินใจผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

บริษัทระบุว่า ก่อนที่เรือจะเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซีย ได้มีการประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน รวมถึงปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางทะเล บริษัทประกันภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

ผลการประเมินในขณะนั้นเห็นว่า เรือยังสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ หากมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษ และลูกเรือทั้งหมดได้รับทราบถึงสถานการณ์ความเสี่ยงในภูมิภาคแล้ว

PSL ระบุเพิ่มเติมว่า การเดินทางของเรือได้มีการทำประกันภัยคุ้มครองอย่างเหมาะสม และมีการแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดเวลา

บริษัทระบุด้วยว่า ไม่มีหน่วยงานใดคัดค้านการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่มีคำเตือนเฉพาะที่ระบุว่าไม่ควรเดินเรือผ่านพื้นที่นี้

ลูกเรือไทย 20 คนปลอดภัย

แถลงการณ์ยังระบุว่า หลังเหตุการณ์โจมตีเมื่อ 11 มี.ค. 69 ลูกเรือชาวไทย 20 คนได้รับการช่วยเหลือขึ้นฝั่งประเทศโอมานอย่างปลอดภัย

บริษัทได้จัดหาที่พักชั่วคราวให้ลูกเรือที่โรงแรมในเมือง คาซับ ประเทศโอมาน และกำลังประสานงานกับ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต เพื่อเตรียมการเดินทางกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุด

เร่งค้นหาลูกเรืออีก 3 คน

ขณะเดียวกัน ยังมีลูกเรืออีก 3 คนที่ยังสูญหาย ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ

การค้นหาดำเนินการผ่านความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ได้แก่ กองทัพเรือไทย กระทรวงการต่างประเทศไทย หน่วยงานรัฐบาลโอมาน กองทัพเรือโอมาน กรมเจ้าท่า รวมถึง ศูนย์ประสานงานความมั่นคงทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) และหน่วยงานระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

โดยทีมค้นหาของกองทัพเรือโอมานกำลังดำเนินการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องเพื่อค้นหาลูกเรือที่สูญหาย

ยืนยันปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย

PSL ระบุว่า ก่อนและระหว่างการเดินเรือ เรือ มยุรี นารี ได้ดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยทางทะเลรวมถึงข้อกำหนดการรายงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ตลอดการเดินเรือ เรือยังคงติดต่อสื่อสารกับ UKMTO กองทัพเรือไทย และศูนย์ประสานงานด้านความปลอดภัยทางทะเลอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

ท้ายแถลงการณ์ บริษัทได้ขอบคุณหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือ พร้อมยืนยันว่าจะให้ความสำคัญสูงสุดกับการค้นหาและช่วยเหลือลูกเรือที่ยังสูญหาย รวมถึงดูแลสวัสดิภาพของลูกเรือที่ได้รับการช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุด