วันเสาร์ 31 มกราคม 2026

โรคกรดไหลย้อน ท้องอืด เรอเปรี้ยว หนึ่งในโรคระบบย่อยอาหารที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้

-

กว่า 83% ของคนไทยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคกรดไหลย้อน ซึ่งมีอาการแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว และท้องอืดร่วมด้วย และเป็นโรคที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ ไม่ดูแลหรือไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่อันตรายมากกว่าที่คิด วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโรคกรดไหลย้อน พร้อมวิธีบรรเทา และวิธีรักษา เพื่อป้องกันปัญหาแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

โรคกรดไหลย้อนคืออะไร?

โรคกรดไหลย้อนเป็นภาวะที่กรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปในหลอดอาหาร ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงเวลาหลังรับประทานอาหาร สามารถเกิดจากทั้งการทำงานผิดปกติของกล้ามเนื้อหูรูดส่วนปลายหลอดอาหารหรือเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น

  • การทานอาหารไม่เป็นเวลาหรือนอนหลังรับประทานอาหารเสร็จทันที
  • การทานอาหารปริมาณมากในมื้อเดียวหรือทานอาหารเร็วเกินไป
  • การทานอาหารมัน ๆ เช่น ของทอด และดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ น้ำอัดลม
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรืออยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์
  • ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด
  • การมีความเครียดสะสม

พฤติกรรมการกินที่เร่งรีบส่งผลต่อการเกิดโรคกรดไหลย้อน

ทำไมคนไทยเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อน?

เหตุผลว่า ทำไมคนไทยถึงเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อนกันมากขึ้น นั่นเป็นเพราะพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ต้องทานอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มันและย่อยยาก เพราะสามารถหาซื้อได้ง่ายและรวดเร็วมากกว่า หรือการเลิกงานดึก ทำให้ต้องทานอาหารและเข้านอนทันที รวมไปถึงการอยู่ในสังคมที่มีความกดดันและการแข่งขัน ทำให้สะสมความเครียด ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกรดไหลย้อนทั้งสิ้น

 

ลักษณะอาการที่บ่งชี้ถึงโรคกรดไหลย้อน

เราจึงได้รวบรวมลักษณะอาการที่บ่งชี้ถึงโรคกรดไหลย้อน ลองสังเกตว่า คุณมีอาการเหล่านี้หรือไม่

  • ความรู้สึกแสบร้อนกลางอกหรือลำคอภายหลังรับประทานอาหาร
  • มีของเหลวรสเปรี้ยว เค็ม หรือขมไหลขึ้นมาที่ลำคอร่วมกับมีอาการกลืนยาก
  • แน่นหน้าอก
  • ท้องอืด ท้องเฟ้อ
  • เรอเปรี้ยว
  • รู้สึกวิงเวียนศีรษะ
  • คลื่นไส้อาเจียน

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น หากไม่รักษาโรคกรดไหลย้อน

เมื่อเป็นโรคกรดไหลย้อนหรือเป็นกรดไหลย้อนเรื้อรัง และปล่อยทิ้งไว้ ไม่ได้รับการบรรเทาอาการหรือรับการรักษา ก็สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบทางเดินอาหารของคุณได้ ไม่ว่าจะเป็น

  • โรคหลอดอาหารอักเสบ เนื่องจากกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะไหลย้อนกลับขึ้นสู่หลอดอาหาร
  • โรคหลอดอาหารตีบ ส่งผลให้กลืนอาหารลำบาก เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิต
  • เพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งหลอดอาหาร

รักษาโรคกรดไหลย้อนด้วยการควบคุมน้ำหนักตัว

วิธีการบรรเทาและรักษาโรคกรดไหลย้อน

การบรรเทา และรักษาโรคกรดไหลย้อน สามารถทำได้ไม่ยากด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการใช้ยา เข้ามาเพื่อบรรเทาอาการ แต่ในกรณีที่มีอาการกรดไหลย้อนรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด โดยขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค

  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยการเปลี่ยนจากการทานอาหารมื้อหนัก 3 มื้อเป็นการทานหลายมื้อในปริมาณที่น้อยลง หลีกเลี่ยงการทานอาหารแล้วเข้านอนทันที หลีกเลี่ยงอาหารย่อยยาก และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน รวมไปถึงงดพฤติกรรมการสูบบุหรี่
  • การใช้ยา บรรเทาอาการแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว อาหารไม่ย่อยจากกรดเกินด้วยยาลดกรดและป้องกันกรดไหลย้อนที่ออกฤทธิ์เร็ว และยาวนาน สามารถยับยั้งการไหลย้อนของกรดในกระเพาะ
  • การผ่าตัด สำหรับใครที่มีอาการกรดไหลย้อนเรื้อรังจากสาเหตุหูรูดเสื่อม ทั้งนี้ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อการรักษาที่เหมาะสม

ยาลดกรดและป้องกันกรดไหลย้อน ตัวช่วยสำคัญในการบรรเทาอาการกรดไหลย้อน

เมื่อมีอาการกรดไหลย้อน สามารถบรรเทาอาการแสบร้อนกลางอก และอาหารไม่ย่อยที่เกิดจากกรดไหลย้อน ด้วยยาลดกรดและป้องกันกรดไหลย้อนที่จะช่วยสร้างแพเจลลอยตัวด้านบนสุดเหนือของเหลวในกระเพาะอาหาร เพื่อยับยั้งการไหลย้อนกลับของกรดและน้ำย่อยขึ้นสู่หลอดอาหาร โดยยาลดกรดและป้องกันกรดไหลย้อนจากประเทศอังกฤษจะสร้างแพเจลที่แข็งแรงเป็นพิเศษ สามารถออกฤทธิ์บรรเทาอาการได้ยาวนานพิเศษถึง 4 ชั่วโมง และปลอดภัยต่อคุณแม่ที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ และให้นมบุตร

จากข้อมูลที่พบว่า 83% ของคนไทยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคกรดไหลย้อน ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของการหันมาใส่ใจดูแลระบบย่อยอาหาร ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อสุขภาพที่ดี เพราะโรคกรดไหลย้อนเป็นอีกหนึ่งโรคทางเดินอาหารที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม เนื่องจากอาจเป็นอันตรายหากปล่อยทิ้งไว้ และหากคุณกำลังเผชิญกับโรคกรดไหลย้อนหรืออาการแสบร้อนกลางอก แน่นท้องทำไง วางใจให้ยาลดกรดและป้องกันกรดไหลย้อนที่ออกฤทธิ์รวดเร็ว บรรเทาอาการได้ยาวนานกว่า 4 ชั่วโมง ช่วยดูแลปัญหาของคุณ

 

แหล่งอ้างอิงบทความที่เกี่ยวข้อง

 

เรื่องล่าสุด