อินดิเพนเดนท์รายงานเมื่อ 24 ก.ค. ว่า ศาลชันสูตรในสหราชอาณาจักรเปิดเผยผลการไต่สวนการสิ้นพระชนม์ของ เจ้าชายอับดุลลอฮ์ บิน ฟะฮัด บิน อับดุลลอฮ์ บิน อับดุลอะซีซ บิน จิลาวี อาล ซะอูด สมาชิกราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย พระชนมายุ 29 พรรษา โดยระบุ พระองค์สิ้นพระชนม์จากการได้รับแอลกอฮอล์ร่วมกับสารเสพติดและยาหลายชนิด หลังเพิ่งผ่านการบำบัดอาการติดสุราและยาในอังกฤษ พร้อมยืนยันว่าไม่พบหลักฐานการฆ่าตัวตายหรือการกระทำของบุคคลอื่น

การไต่สวนที่ศาลชันสูตรเขตอินเนอร์เวสต์ลอนดอนระบุว่า เจ้าชายอับดุลลอฮ์เข้าพักที่โรงแรมแมริออท ย่านเคนซิงตัน กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ก่อนถูกพบสิ้นพระชนม์ภายในห้องน้ำของห้องพักเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน หลังพนักงานทำความสะอาดเปิดเข้าไปในห้องที่ล็อกจากด้านใน

ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่า พระองค์ถูกพบครั้งสุดท้ายในช่วงค่ำของวันก่อนสิ้นพระชนม์ ขณะออกไปสูบบุหรี่เพียงลำพัง ก่อนกลับเข้าห้องพัก โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงแรมและทีมแพทย์ฉุกเฉินพยายามช่วยชีวิต แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ

ผลตรวจทางพิษวิทยาพบว่า พระองค์มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือด 222 มิลลิกรัมต่อเลือด 100 มิลลิลิตร สูงกว่าขีดจำกัดการขับขี่ของสหราชอาณาจักรที่ 80 มิลลิกรัมต่อเลือด 100 มิลลิลิตร เกือบ 3 เท่า และอยู่ในระดับที่อาจทำให้หมดสติหรือเข้าสู่ภาวะโคม่า

นอกจากนี้ ยังพบสาร แกมมา-ไฮดรอกซีบิวทีเรต (Gamma-hydroxybutyrate: GHB) ในระดับที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต รวมทั้งพบสารจากกัญชา ยา อัลปราโซแลม (Alprazolam) หรือ ซาแน็กซ์ (Xanax) ในปริมาณเพื่อการสันทนาการ และยาคลายความวิตกกังวลชนิดอื่นในระดับที่ใช้รักษาโรค

ศาลได้รับฟังข้อมูลว่า เจ้าชายอับดุลลอฮ์มีปัญหาการใช้แอลกอฮอล์และยา Xanax มาเป็นระยะ โดยในเดือนสิงหาคม 2568 พระองค์เข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยในที่ เดอะไพรออรีคลินิก (The Priory Clinic) ในย่านโรแฮมป์ตัน กรุงลอนดอน ซึ่งเป็นสถานบำบัดชื่อดังที่มีค่ารักษาสูงถึง 35,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

ระหว่างการรักษา พระองค์ได้รับการบำบัดอาการติดแอลกอฮอล์ กลุ่มยาเบนโซไดอาซีปีน และยา พรีกาบาลิน (Pregabalin) โดย ดร.วิกตอเรีย ชาโมร์โร จิตแพทย์ที่ดูแล ระบุว่า พระองค์ให้ความร่วมมือกับการรักษาเป็นอย่างดี ไม่มีผลข้างเคียงทางร่างกายจากการถอนยา และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ป่วยรายอื่น แม้จะมีอาการซึมเศร้าและวิตกกังวลในช่วงเข้ารับการรักษา แต่เมื่อจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล แพทย์ประเมินว่าไม่มีความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตาย

หลังออกจากเดอะไพรออรีคลินิก พระองค์ยังเข้ารับการรักษาต่อที่ เรนฟอร์ดฮอลล์คลินิก (Rainford Hall Clinic) ในเมืองเซนต์เฮเลนส์ มณฑลเมอร์ซีย์ไซด์ ซึ่งมีค่ารักษาประมาณ 7,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ โดยได้รับการวินิจฉัยว่ามีการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน ก่อนจะหายดีและออกจากสถานพยาบาลเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม

ผลชันสูตรพลิกศพระบุว่า เจ้าชายไม่มีโรคเฉียบพลันหรือโรคเรื้อรังร้ายแรง แต่เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นจากผลของการได้รับแอลกอฮอล์ร่วมกับสารและยาหลายชนิด

ด้าน ฌอง ฮาร์กิน ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพ ระบุว่า ไม่มีเหตุผลที่จะเชื่อว่าพระองค์ตั้งใจจบชีวิตตนเอง เนื่องจากทั้งสองสถานพยาบาลยืนยันว่าไม่พบสัญญาณเสี่ยง พระองค์ไม่เคยบอกใครว่าต้องการฆ่าตัวตาย และไม่พบจดหมายลาตายภายในห้องพัก อีกทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดยังแสดงให้เห็นว่าพระองค์อยู่เพียงลำพังในคืนก่อนสิ้นพระชนม์

ศาลจึงมีคำวินิจฉัยว่าเป็นการเสียชีวิตจาก อุบัติเหตุจากการรับสารหลายชนิด (Death by Misadventure) โดยสาเหตุการเสียชีวิตคือการได้รับสารและยาหลายชนิดเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่เป็นอันตราย พร้อมทั้งแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของเจ้าชายอับดุลลอฮ์