
เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์เปิดเผยว่า ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลได้ก่อเหตุวางเพลิงมัสยิด 2 แห่งในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกอิสราเอลยึดครองในช่วงข้ามคืนวันอาทิตย์ ท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่สงครามกาซาปะทุเมื่อเดือนตุลาคม 2566
อับเดล อาซิม วาดี นายกเทศมนตรีเมืองกุศเราะห์ (Qusra) ทางตอนใต้ของเมืองนาบลุส เปิดเผยกับเอเอฟพีว่า กลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานได้จุดไฟเผามัสยิดที่กำลังก่อสร้างในพื้นที่ตอนใต้ของเมือง
“เพลิงได้ทำลายทางเข้ามัสยิด และสร้างความเสียหายแม้กระทั่งกับโครงสร้างหินของอาคาร” วาดีกล่าว พร้อมระบุว่า ผู้ก่อเหตุยังพ่นข้อความภาษาฮีบรูบนกำแพงมัสยิด รวมถึงคำว่า “แก้แค้น” (revenge)
ด้านกองทัพอิสราเอลระบุว่า ได้ส่งกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณชานเมืองกุศเราะห์หลังได้รับรายงานเหตุเพลิงไหม้มัสยิด โดยทหารพบร่องรอยการวางเพลิงและข้อความกราฟฟิตีในที่เกิดเหตุ แต่ผู้ต้องสงสัยได้หลบหนีไปก่อนเจ้าหน้าที่มาถึง ทั้งนี้ ตำรวจอิสราเอลจะเป็นผู้รับผิดชอบการสอบสวนและรวบรวมหลักฐาน
ในอีกเหตุการณ์หนึ่ง กระทรวงกิจการศาสนาและวะกัฟของปาเลสไตน์ระบุว่า ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลได้วางเพลิงมัสยิดในหมู่บ้านคูร์ (Kour) ใกล้เมืองทุลคาเร็ม พร้อมพ่นข้อความที่มีลักษณะเหยียดเชื้อชาติไว้บนกำแพงมัสยิด
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงสองวันหลังจากผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลบุกโจมตีหมู่บ้านเทลล์ (Tell) เมื่อวันศุกร์ ส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต 4 คน และชาวอิสราเอลเสียชีวิต 2 คน
หลังเหตุโจมตี กองทัพอิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการที่เรียกว่า “ต่อต้านการก่อการร้าย” (counter-terrorism) ในเมืองนาบลุสและเมืองใกล้เคียง พร้อมประกาศจับกุมชาวปาเลสไตน์ได้หลายสิบคน
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เมืองนาบลุสแทบหยุดนิ่งจากผลของปฏิบัติการ โดยผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่า มีรถยนต์ต่อคิวจำนวนมากตามสถานีบริการน้ำมัน เนื่องจากเชื้อเพลิงเริ่มขาดแคลน
ข้อมูลของฝ่ายปาเลสไตน์ระบุว่า นับตั้งแต่อิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาเมื่อปี 2566 มีชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 1,097 คน เสียชีวิตจากการกระทำของทหารอิสราเอลหรือผู้ตั้งถิ่นฐาน ขณะที่ข้อมูลทางการอิสราเอลระบุว่า มีชาวอิสราเอลอย่างน้อย 48 คน ทั้งพลเรือนและเจ้าหน้าที่ความมั่นคง เสียชีวิตจากการโจมตีของชาวปาเลสไตน์หรือระหว่างปฏิบัติการของกองทัพอิสราเอล
ปัจจุบัน เขตเวสต์แบงก์มีชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่ราว 3 ล้านคน และมีผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลมากกว่า 500,000 คนอาศัยอยู่ในนิคมที่ประชาคมระหว่างประเทศส่วนใหญ่มองว่าเป็นการตั้งถิ่นฐานที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ








